เก็บตก_ไทยเปิดตัว Bangkok Blueprint วางกรอบความร่วมมือโลกสกัด สแกมเมอร์-ภัยไซเบอร์ ทั่วโลก

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดตัว “Bangkok Blueprint for Fraud-Resilient Financial Services” ในการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 (2026 IMF–World Bank Group Annual Meetings) เพื่อวางกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศ      ในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางการเงินดิจิทัล โดยธนาคารแห่งประเทศไทย ริเริ่มแนวคิด Bangkok Blueprint ร่วมกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) โดยต่อยอดบทเรียนและประสบการณ์จริง เพื่อพัฒนาเป็น   “เข็มทิศเชิงนโยบาย” ที่ประเทศต่าง ๆ สามารถนำไปปรับใช้ให้เหมาะกับบริบทของตนเอง โดยมีแนวทางสำคัญ 3 เรื่อง ได้แก่ 1. รับมืออย่างครบวงจร ผ่านความร่วมมือจากทุกภาคส่วน 2. ยกระดับความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อจัดการภัยทุจริตทางดิจิทัลที่ข้ามพรมแดน 3. แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวปฏิบัติ เพื่อสนับสนุนการพัฒนามาตรฐานและมาตรการป้องกันภัยทางการเงินดิจิทัลอย่างยั่งยืน โดย Bangkok Blueprint จะช่วยวางกรอบความร่วมมือและแนวทางแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างประเทศ ประกอบด้วย 12 แนวทางสำคัญ ครอบคลุมใน 5 เสาหลัก ได้แก่

 (1) การวางยุทธศาสตร์ กฎหมาย และกลไกกำกับดูแลที่กำหนดบทบาทและความรับผิดชอบอย่างชัดเจน
(2) การบริหารจัดการภัยทุจริตอย่างครบวงจร ตั้งแต่การป้องกัน ตรวจจับ ตอบสนอง และเยียวยาผู้เสียหาย
(3) การใช้ประโยชน์จากกรอบบริหารความเสี่ยงและการบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่แล้ว เช่น AML/CFT และ Cybersecurity
(4) การเสริมสร้างความร่วมมือทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ 
(5) การคุ้มครองผู้บริโภคและสร้างการตระหนักรู้ รวมถึงเพิ่มภูมิคุ้มกันทางดิจิทัล พร้อมรวบรวมประสบการณ์จากไทย ฮ่องกง มาเลเซีย และสิงคโปร์ เพื่อให้ประเทศต่าง ๆ นำไปประยุกต์ใช้ตามบริบท ของตนเอง เพื่อสร้างระบบการเงินที่ปลอดภัย ครอบคลุม มีภูมิคุ้มกันมากขึ้น และเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนทั่วโลก

รายละเอียด

(14 ต.ค. 69) ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดตัว “Bangkok Blueprint for Fraud-Resilient Financial Services” ในการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 (2026 IMF–World Bank Group Annual Meetings) เพื่อวางกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางการเงินดิจิทัล โดยเน้นย้ำว่าอาชญากรรมทางการเงินเป็นปัญหาข้ามพรมแดน ผู้เสียหายอาจอยู่ประเทศหนึ่ง มิจฉาชีพ อยู่อีกประเทศ และเงินถูกโอนไปยังประเทศที่สาม จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างรัฐบาล สถาบันการเงิน ผู้ให้บริการโทรคมนาคม และแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อป้องกันอาชญากรรมตั้งแต่ต้นทาง ติดตามเส้นทางการเงิน และช่วยเหลือผู้เสียหายอย่างมีประสิทธิภาพ

“Bangkok Blueprint” เป็นกรอบแนวทางเชิงนโยบายเพื่อรับมือกับภัยการเงินดิจิทัลทั้งการฉ้อโกง การหลอกลวง และอาชญากรรมทางดิจิทัล เพื่อส่งเสริมระบบการเงินดิจิทัลที่ปลอดภัย น่าเชื่อถือ และทั่วถึง โดยธนาคารแห่งประเทศไทย ริเริ่มแนวคิด Bangkok Blueprint for Fraud-Resilient Financial Services ร่วมกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) โดยต่อยอดบทเรียนและประสบการณ์จริง เพื่อพัฒนาเป็น “เข็มทิศเชิงนโยบาย” ที่ประเทศต่าง ๆ สามารถนำไปปรับใช้ให้เหมาะกับบริบทของตนเอง โดยมีแนวทางสำคัญ 3 เรื่อง ได้แก่ 

1. รับมืออย่างครบวงจร ผ่านความร่วมมือจากทุกภาคส่วน
2. ยกระดับความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อจัดการภัยทุจริตทางดิจิทัลที่ข้ามพรมแดน
3. แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวปฏิบัติ เพื่อสนับสนุนการพัฒนามาตรฐานและมาตรการป้องกันภัยทางการเงินดิจิทัลอย่างยั่งยืน

Bangkok Blueprint จะเข้ามาเสริมการดำเนินงานภายใต้แนวคิด “Connect the Dots” ของประเทศไทย ซึ่งมุ่งเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินระหว่างหน่วยงานภายในประเทศ เพื่อให้สามารถตรวจจับธุรกรรมต้องสงสัยและสกัดกั้นเส้นทางเงินได้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดย Bangkok Blueprint จะช่วยวางกรอบความร่วมมือและแนวทางแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างประเทศ ประกอบด้วย 12 แนวทางสำคัญ ได้แก่ 

1) การยกระดับเป็นวาระแห่งชาติ (National Agenda): ผลักดันให้การแก้ปัญหาภัยทุจริตและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเป็นนโยบายเร่งด่วนระดับชาติ
2) การมีกฎหมายและกฎระเบียบที่เหมาะสม (Appropriate Legislation): ปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัย เอื้อต่อการจัดการอาชญากรรมทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด
3) การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน     ที่ทั่วถึง (Inclusive Infrastructure): การขยายโครงสร้างพื้นฐานระบบชำระเงินดิจิทัล (เช่น การถอดบทเรียนจากความสำเร็จของ PromptPay และแอปพลิเคชัน เป๋าตัง / ถุงเงิน ของไทย) เพื่อช่วยให้ร้านค้ารายย่อยและกลุ่มเปราะบางเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น
4) การพัฒนาระบบยืนยันตัวตนดิจิทัล (Digital ID & KYC): ยกระดับมาตรฐานการพิสูจน์และยืนยันตัวตน เพื่อป้องกันการเปิดบัญชีม้าและการสวมรอยทำธุรกรรม
5) ระบบการป้องกันเชิงรุก (Proactive Prevention): กำหนดมาตรการสกัดกั้นและจำกัดเส้นทางธุรกรรมที่ต้องสงสัยอย่างทันท่วงที ก่อนความเสียหายจะขยายวงกว้าง
6) ระบบตรวจจับอัจฉริยะ (Advanced Detection): นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง (เช่น โมเดล AI ตรวจจับความเสี่ยง) มาใช้ตรวจจับพฤติกรรมธุรกรรมที่ผิดปกติ
7) กลไกการเยียวยาผู้เสียหาย (Victim Remedy & Recovery): จัดตั้งกระบวนการช่วยเหลือเยียวยาและคืนเงินให้ผู้เสียหายอย่างรวดเร็ว มีขั้นตอนที่ชัดเจนและเป็นธรรม
8) ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ของสถาบันการเงิน (Financial Cyber Resilience): ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของระบบธนาคาร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบการเงินในระยะยาว
9) ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภายในประเทศ (Domestic Collaboration): ทลายข้อจำกัดในการแชร์ข้อมูลระหว่างธนาคาร ตำรวจ เครือข่ายโทรคมนาคม และหน่วยงานกำกับดูแล
10) ความร่วมมือระหว่างประเทศ (International Cooperation): สร้างเครือข่ายแลกเปลี่ยนข้อมูลและปราบปรามอาชญากรรมทางการเงินข้ามชาติ เนื่องจากมิจฉาชีพมักสั่งการจากต่างประเทศ
11) การสร้างความตระหนักรู้และภูมิคุ้มกันให้ประชาชน (Financial & Digital Literacy):            มุ่งให้ความรู้แก่ประชาชนรู้เท่าทันกลโกง ไม่ตกเป็นเหยื่อสแกมเมอร์ออนไลน์
12) การรักษาสมดุลระหว่างความปลอดภัยและการเข้าถึง (Safe & Inclusive Balance): การออกแบบนโยบายที่ไม่เข้มงวดจนเป็นการกีดกันผู้บริโภคทั่วไป (โดยเฉพาะผู้สูงอายุหรือผู้ที่เข้าไม่ถึงเทคโนโลยี) แต่ก็ไม่อ่อนแอจนเปิดช่องให้มิจฉาชีพ ซึ่งครอบคลุมใน 5 เสาหลัก ได้แก่ (1) การวางยุทธศาสตร์ กฎหมาย และกลไกกำกับดูแลที่กำหนดบทบาทและความรับผิดชอบอย่างชัดเจน (2) การบริหารจัดการภัยทุจริตอย่างครบวงจร ตั้งแต่การป้องกัน ตรวจจับ ตอบสนอง และเยียวยาผู้เสียหาย (3) การใช้ประโยชน์จากกรอบบริหารความเสี่ยงและการบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่แล้ว เช่น AML/CFT และ Cybersecurity (4) การเสริมสร้างความร่วมมือทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ และ (5) การคุ้มครองผู้บริโภคและสร้างการตระหนักรู้ รวมถึงเพิ่มภูมิคุ้มกันทางดิจิทัล     พร้อมรวบรวมประสบการณ์จากไทย ฮ่องกง มาเลเซีย และสิงคโปร์ เพื่อให้ประเทศต่าง ๆ นำไปประยุกต์ใช้ตามบริบทของตนเอง 

ดร.เอกนิติ ย้ำว่า การฉ้อโกงดิจิทัลเป็นความท้าทายทางเศรษฐกิจระดับโลก เนื่องจากอาชญากรฉวยโอกาสจากช่องว่างด้านการบังคับใช้กฎหมายและการประสานงานข้ามพรมแดน พร้อมเรียกร้องให้ประเทศต่าง ๆ นำ Blueprint ไปปฏิบัติ และขยายการแลกเปลี่ยนข้อมูลให้      ก้าวข้ามพรมแดนของแต่ละประเทศ เพื่อสร้างระบบการเงินที่ปลอดภัย ครอบคลุม มีภูมิคุ้มกันมากขึ้น และเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนทั่วโลก

ด้านนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย อธิบายว่า การเงินดิจิทัลทำให้บริการทางการเงินเข้าถึงง่าย มีประสิทธิภาพ        และมีราคาย่อมเยายิ่งขึ้น แต่สร้างความเสี่ยงที่เชื่อมโยงกันทั้งด้านการฉ้อโกง ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และความสามารถในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง พร้อมชี้ว่าผลลัพธ์ของไทยเป็นหลักฐานว่าความร่วมมือ      ที่ประสานกันได้ผลจริง โดยความเสียหายจากการฉ้อโกงทางการเงินลดลงจากกว่า 43,000 ล้านบาทในปี 2567 เหลือ 32,000 ล้านบาทในปี 2568 และในครึ่งแรกของปี 2569 ความเสียหายยังสูงกว่า 9,000  ล้านบาท นอกจากนี้ ยังได้กล่าวถึงภาวะการเงินดิจิทัลที่ปลอดภัยและครอบคลุม (Safe and Inclusive Digital Finance: SIDF) ซึ่งมุ่งให้นวัตกรรมทางการเงินดิจิทัลก้าวหน้าไปพร้อมกับความมั่นคงปลอดภัย ความไว้วางใจ และการเข้าถึงบริการทางการเงิน และย้ำว่าการนำไปปฏิบัติให้ได้ผลต้องอาศัยความร่วมมืออย่างต่อเนื่องระหว่างหน่วยงานกำกับดูแล สถาบันการเงิน ภาคเอกชน และองค์กรระหว่างประเทศ

ที่ผ่านมาธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ยกระดับการจัดการปัญหาเรื่องเงินเทา และคอร์รัปชันอย่างครบวงจร ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวสอดรับกับหลักการของ Bangkok Blueprint ในหลายมิติ อาทิ
(1) การตรวจสอบและรู้จักตัวตนของลูกค้าอย่างเข้มงวด (KYC/CDD/EDD) 
(2) การยืนยันตัวตนของร้านค้า (KYM) ของธุรกิจรับชำระเงิน เพื่อป้องกันการให้บริการกับธุรกิจผิดกฎหมาย
(3) การตรวจจับธุรกรรมทางการเงิน    ต้องสงสัย (suspicious transaction)
(4) การถอนเงินสดมูลค่าสูงตั้งแต่ 5 ล้านบาท ขึ้นไป 
(5) ยกระดับมาตรการป้องกันการนำเงินสดไปแปลงเป็นสินทรัพย์ทางการเงินอื่น เช่น ทองคำและเงินตราต่างประเทศ รวมถึงกำกับดูแลธุรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีความเสี่ยงร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เช่น USDT เป็นต้น

ธปท. และกระทรวงการคลัง มุ่งหวังให้ Bangkok Blueprint เป็นจุดเริ่มต้นของการขับเคลื่อนใน 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ Whole-of-Ecosystem ยกระดับการรับมือให้ครบวงจร โดยให้ทุกภาคส่วนร่วมรับผิดชอบการร่วมมือข้ามพรมแดน เพื่อรับมืออาชญากรรมที่ดำเนินการข้ามประเทศ และยกระดับมาตรฐานและแนวปฏิบัติสากล ผ่านองค์กรระหว่างประเทศต่าง ๆ ทั้ง IMF, World Bank Group (WBG), Financial Action Task Force (FATF) และ Financial Stability Board (FSB) โดยในระยะข้างหน้า การสร้างระบบการเงินดิจิทัลที่มีความเข้มแข็งในระยะยาวจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือที่ใกล้ชิด การประสานงานอย่างเป็นระบบ ตลอดจนความร่วมมือระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การเงินดิจิทัลยังคงเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนวัตกรรม การเข้าถึงบริการทางการเงิน และการเติบโตทางเศรษฐกิจ บนพื้นฐานของความปลอดภัยและความเชื่อมั่นของประชาชน

นอกจากนี้ ประเทศไทยในฐานะที่เป็นหนึ่งในผู้ร่วมพัฒนาหลักและนำโมเดลนี้ไปใช้เป็นประเทศแรก ๆ ได้ออกมาตรการและข้อบังคับจริงที่มีความเข้มงวดสูงอย่างเป็นรูปธรรม ผ่าน ธนาคารแห่งประเทศไทย ร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งสรุปได้ 4 ด้านหลัก ดังนี้

1. มาตรการยกระดับความปลอดภัย Mobile Banking ธปท. ได้ประกาศมาตรฐานขั้นต่ำที่ทุกสถาบันการเงินและ e-Money ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด หากฝ่าฝืนจนเกิดความเสียหาย ธนาคารต้องร่วมรับผิดชอบ
- 1 บัญชีผู้ใช้ ต่อ 1 อุปกรณ์ (1 Device Policy): กำหนดให้แอปพลิเคชันธนาคารผูกใช้งานได้เพียง 1 อุปกรณ์ต่อ 1 บัญชี เพื่อป้องกันไม่ให้มิจฉาชีพนำข้อมูลไปล็อกอินระบบอื่น 
- การยืนยันใบหน้า (Biometrics & Liveness Detection): บังคับสแกนใบหน้าตรวจสอบตัวตนจริงเมื่อโอนเงินตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไปต่อครั้ง ยอดสะสมเกิน 200,000 บาทต่อวัน หรือเมื่อขอเพิ่มวงเงินการทำธุรกรรม 
- การบล็อกแอปพลิเคชันเสี่ยง: ระบบ Mobile Banking     ของไทยสามารถตรวจสอบและบล็อกการทำงานทันทีหากตรวจพบว่าอุปกรณ์มีการติดตั้งแอปรีโมตควบคุมระยะไกล (แอปดูดเงิน) หรือเป็นอุปกรณ์ที่ดัดแปลงระบบ (Rooted/Jailbroken) 
- ห้ามแนบลิงก์: ห้ามธนาคารส่ง SMS หรืออีเมลที่แนบลิงก์ใด ๆ ให้ลูกค้า (ยกเว้นกรณีที่ลูกค้าเป็นผู้ร้องขอเองกับระบบ) เพื่อตัดช่องทางกลโกง Phishing 

2. มาตรการกวาดล้างและสกัด “บัญชีม้า” ระดับบุคคล ประเทศไทยได้เปลี่ยนวิธีจัดการบัญชีม้าจากเดิมที่แบนเป็นรายบัญชี    มาเป็นการ “แบนระดับบุคคล” (จัดการทุกบัญชีของคนเปิด):
- จัดกลุ่มความเสี่ยงรายบุคคล: ธนาคารแห่งประเทศไทยร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) จัดเกรดผู้เข้าข่ายบัญชีม้าออกเป็นกลุ่ม (ม้าดำ, ม้าเทาเข้ม, ม้าเทาอ่อน) ซึ่งหากใครติดรายชื่อความเสี่ยงสูง จะถูกระงับการทำธุรกรรมและห้ามเปิดบัญชีใหม่ในทุกธนาคารทันที 
- ระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลข้ามธนาคาร: การใช้เทคโนโลยีศูนย์ข้อมูลร่วมกัน (เช่น ระบบ CFR) ทำให้เมื่อธนาคารหนึ่งตรวจพบหรือระงับบัญชีม้า ข้อมูลจะแชร์ไปยังธนาคารอื่น ๆ ทั่วประเทศเพื่อบล็อกเส้นทางการเงินได้ในเวลาไม่กี่นาที 

3. มาตรการคืนเงินและเยียวยาผู้เสียหายอย่างรวดเร็ว 
- ศูนย์สายด่วนเทคโนโลยี 1441 (AOC): หากประชาชนรู้ตัวว่าถูกหลอก สามารถโทรแจ้ง สายด่วน 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ธนาคารระงับบัญชีปลายทางและบัญชีแถวถัดไปชั่วคราวทันทีโดยไม่ต้องรอใบแจ้งความจากตำรวจ
- การเยียวยาโดยไม่ต้องรอคำสั่งศาล: กฎหมายและมาตรการล่าสุด (มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ช่วงสิงหาคม 2569) ได้รับการปรับปรุงเพื่อเร่งกระบวนการคืนเงินให้ผู้เสียหายผ่านระบบศูนย์ข้อมูลรวมของ ปปง. โดยลดขั้นตอนทางกฎหมายที่ยุ่งยากลง เพื่อให้เหยื่อได้เงินคืนเร็วที่สุด
- กลไกปกป้องผู้บริสุทธิ์: เพื่อลดผลกระทบต่อร้านค้าออนไลน์หรือผู้บริสุทธิ์ที่โดนกลั่นแกล้งอายัดบัญชี ปัจจุบันมีระบบปลดล็อกบัญชีภายใน 4–24 ชั่วโมงหลังตรวจสอบเสร็จสิ้นผ่านสายด่วน 1441 กด 2 

4. การใช้เทคโนโลยี AI “นกกระซิบ” (Nok Krasip) เพื่อช่วยผู้ประกอบอาชีพอิสระ ผู้ค้ารายย่อย และผู้ประกอบการ SMEs ให้เข้าถึงสินเชื่อในระบบได้ง่ายขึ้น โดยนำข้อมูลยอดขายจริงจากการประกอบธุรกิจมาใช้เป็นข้อมูลเพิ่มเติมในการพิจารณาสินเชื่อ

ประเทศไทยนำเทคโนโลยี AI อัจฉริยะ เข้ามาวิเคราะห์พฤติกรรมในระบบการเงินดิจิทัลเพื่อตรวจจับบัญชีม้าเชิงรุก (เช่น บัญชีที่มีการโอนเงินเข้าออกผิดปกติ ถี่เกินไป หรือมียอดเงินไม่สัมพันธ์กับอาชีพ) เพื่อส่งสัญญาณเตือนและบล็อกบัญชีก่อนที่มิจฉาชีพจะโอนเงินออกนอกประเทศ นอกจากนี้ ไทยยังส่งเสริมการเข้าถึงนโยบายผ่านแพลตฟอร์มการเงินภาครัฐ (Digital Public Infrastructure) อย่าง PromptPay, เป๋าตัง และถุงเงิน เพื่อช่วยให้ผู้ค้ารายย่อยสามารถทำธุรกรรมและเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้อย่างปลอดภัย ควบคู่ไปกับการรักษาเสถียรภาพทางไซเบอร์ /…


image รูปภาพ
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar