นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ครั้งที่ 3/2569 และคณะอนุกรรมการป้องกันการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติ ครั้งที่ 1/2569 พิจารณาร่างประกาศหลักเกณฑ์การประกาศรายชื่อ “บัญชีม้า” ทุกสี จากความร่วมมือระหว่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และสมาคมธนาคารไทย เตรียมเชื่อมโยงฐานข้อมูลข้ามธนาคารแบบเรียลไทม์ หากพบบุคคลใดเกี่ยวข้องกับเส้นทางการเงินทุจริตในธนาคารใดธนาคารหนึ่ง ระบบจะระงับบัญชีของบุคคลนั้นทันทีในทุกธนาคาร ซึ่งจะมีการเชื่อมโยงฐานข้อมูลกลางใน 3 ระบบ ได้แก่ การเชื่อมโยงฐานข้อมูลธนาคารผ่าน Central Fraud Registry (CFR) สำหรับแลกเปลี่ยนเส้นทางการเงินและรายชื่อบุคคลเสี่ยง ฐานข้อมูลจากระบบตรวจจับพฤติกรรมบัญชีธนาคารที่มีความผิดปกติ ร่วมกับฐานข้อมูลของ ปปง. และฐานข้อมูลจาก AOC 1441 ที่รวบรวมรายชื่อผู้ถูกดำเนินคดี เพื่อยกระดับการปราบปรามบัญชีม้า หากประชาชนที่ถูกระงับบัญชีโดยไม่ได้ตั้งใจ สามารถติดต่อสายด่วน AOC 1441 กด 2 เพื่อปลดล็อกบัญชี สำหรับหลักเกณฑ์การคืนเงินผู้เสียหาย จะให้ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอคืนเงินผ่านระบบของ ปปง. ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอคำสั่งศาล มีผลบังคับใช้ในวันที่ 12 สิงหาคม 2569 อีกทั้ง ธปท. ได้เริ่มกำหนดหลักเกณฑ์การจำกัดวงเงินโอน/ชำระเงินต่อวันผ่านบัญชีธนาคาร และ e-Money ของเยาวชนอายุ 12-18 ปี ไม่เกิน 3,000-10,000 บาทต่อวันตามช่วงอายุ ภายในเดือนตุลาคม 2569 นอกจากนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยกรมการท่องเที่ยวได้ยกระดับ “ความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว” ให้เป็นวาระเร่งด่วนสูงสุด ตามนโยบายของ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ครอบคลุมทั้งมิติความปลอดภัยในพื้นที่ท่องเที่ยว และการกวาดล้างภัยคุกคามจากกลุ่มมิจฉาชีพ สแกมเมอร์ การเอารัดเอาเปรียบ ทัวร์เถื่อนและไกด์เถื่อน เพื่อเรียกคืนความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ และร่วมกับกระทรวงดีอี ดำเนินโครงการ “ศูนย์รวบรวมข้อมูลนักท่องเที่ยวภายในประเทศ” เพื่อยกระดับแพลตฟอร์มการท่องเที่ยวของประเทศไทย โดยเชื่อมโยงข้อมูลและบริการด้านการท่องเที่ยว เพิ่มความสะดวก และความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว
รายละเอียด
เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ครั้งที่ 3/2569 และคณะอนุกรรมการป้องกันการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติ ครั้งที่ 1/2569
นายไชยชนก กล่าวว่า ที่ประชุมได้พิจารณาร่างประกาศหลักเกณฑ์การประกาศรายชื่อ “บัญชีม้า” ทุกสี จากความร่วมมือระหว่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และสมาคมธนาคารไทย ซึ่งจะเตรียมควบรวมฐานข้อมูลข้ามธนาคารแบบเรียลไทม์ โดยหากพบบุคคลใดเกี่ยวข้องกับเส้นทางการเงินทุจริตในธนาคารใดธนาคารหนึ่ง ระบบจะระงับบัญชีของบุคคลนั้นทันทีในทุกธนาคาร ซึ่งจะมีการเชื่อมโยงฐานข้อมูลกลางใน 3 ระบบ ได้แก่ การเชื่อมโยงฐานข้อมูลธนาคารผ่าน Central Fraud Registry (CFR) สำหรับแลกเปลี่ยนเส้นทางการเงินและรายชื่อบุคคลเสี่ยง ฐานข้อมูลจากระบบตรวจจับพฤติกรรมบัญชีธนาคารที่มีความผิดปกติ ร่วมกับฐานข้อมูลของ ปปง. และฐานข้อมูลจาก AOC 1441 ที่รวบรวม รายชื่อผู้ถูกดำเนินคดี
ร่างประกาศหลักเกณฑ์การประกาศรายชื่อ “บัญชีม้า” ทุกสี ดังกล่าวจะช่วยยกระดับการปราบปรามบัญชีม้า โดยเมื่อระบุตัวเจ้าของบัญชีม้าได้ จะมีการระงับช่องทางการทำธุรกรรมทั้งหมด (Mobile Banking, ATM, ธุรกรรมออนไลน์) ในทุกบัญชีของทุกธนาคาร พร้อมกับขึ้นบัญชี blacklist ห้ามเปิดบัญชีธนาคารใหม่โดยเด็ดขาด และดำเนินการเชิงรุก ระงับบัญชีที่มีความเสี่ยงสูง แม้ยังไม่มีผู้เสียหายแจ้งความก็ตาม เพื่อกักกันเงินในบัญชีไว้ก่อนถูกโอนออก การยกระดับมาตรการดังกล่าว อาจส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ หากประชาชนถูกระงับบัญชีโดยไม่ได้ตั้งใจ สามารถติดต่อสายด่วน AOC 1441 กด 2 เพื่อยืนยันตัวตน จากนั้นธนาคารจะเร่งตรวจสอบและปลดล็อกบัญชีให้โดยเร็ว
สำหรับหลักเกณฑ์การคืนเงินผู้เสียหายตามกฎกระทรวงฯ ที่ประชุมจะเร่งดำเนินการกำหนดหลักเกณฑ์เพื่อให้ผู้เสียหายสามารถยื่นคำร้องขอคืนเงินผ่านระบบของ ปปง. ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอคำสั่งศาล เพื่อให้ทันต่อการที่กฎกระทรวงฯ จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 12 สิงหาคม 2569 โดยมี ปปง. เป็นหน่วยงานหลักร่วมกับกระทรวงดีอี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ธปท. สมาคมธนาคารไทย TEPA/e-Money สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และสมาคมผู้ประกอบการสินทรัพย์ดิจิทัล โดยกำหนดเป็นมาตรการเชิงลึกเร่งด่วนภายใน 90 วัน ให้แล้วเสร็จภายในกันยายน 2569
ในปัจจุบันสแกมเมอร์ได้มีการหลอกลวงให้เด็กและเยาวชนเปิดบัญชีธนาคารมากขึ้น ทำให้ทาง ธปท. ได้เริ่มดำเนินการกำหนดหลักเกณฑ์การจำกัดวงเงินโอน/ชำระเงินต่อวันผ่านบัญชีธนาคาร และ e-Money ของเยาวชนอายุ 12-18 ปี ไม่เกิน 3,000-10,000 บาทต่อวันตามช่วงอายุ โดยคาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในเดือนตุลาคม 2569 จึงจำเป็น ต้องสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับภัยออนไลน์แก่เยาวชนและประชาชน และแจ้งเตือนผ่านช่องทางต่าง ๆ เพื่อสร้างการรับรู้และรับมือกับข่าวปลอมและอาชญากรรมออนไลน์
นอกจากนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยกรมการท่องเที่ยว ยังได้ยกระดับ “ความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว” ให้เป็นวาระเร่งด่วนสูงสุด ตามนโยบายของนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยครอบคลุมทั้งมิติความปลอดภัยในพื้นที่ท่องเที่ยว และการกวาดล้างภัยคุกคามจากกลุ่มมิจฉาชีพ สแกมเมอร์ (Scammer) การเอารัดเอาเปรียบ ตลอดจนปัญหาทัวร์เถื่อนและไกด์เถื่อน เพื่อสร้างเกราะป้องกันและเรียกคืนความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ
นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว ในฐานะผู้บริหารหน่วยงานหลักที่กำกับดูแลมาตรฐานอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ได้เปิดเผยถึงผลการปฏิบัติงานเชิงรุกในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 ว่า กรมการท่องเที่ยวได้บูรณาการกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายกับบริษัทนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ทั่วประเทศอย่างเข้มงวด รวมทั้งสิ้น 3,187 ราย เพื่อกวาดล้างผู้กระทำผิดกฎหมายอย่างจริงจัง
สรุปผลการดำเนินการบังคับใช้กฎหมาย ดังนี้ ผลการตรวจสอบบริษัทนำเที่ยว จำนวน 1,962 ราย พบผู้กระทำผิดไม่ปฏิบัติตามกฎหมายจำนวน 68 ราย พบความผิด 3 ข้อหาหลัก ได้แก่
1. การประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับอนุญาต (ทัวร์เถื่อน)
2. การประกอบธุรกิจนำเที่ยวไม่ตรงตามคุณสมบัติในมาตรา 17 (1) แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (สัดส่วนทุนและกรรมการบริษัทต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทยตามที่กฎหมายกำหนด)
3. การไม่จัดให้มีมัคคุเทศก์เดินทางไปกับนักท่องเที่ยว
ผลการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของมัคคุเทศก์ จำนวน 1,225 ราย พบผู้กระทำผิด จำนวน 129 ราย โดยความผิด 3 ลำดับแรก ได้แก่
1. การไม่ติดบัตรประจำตัวมัคคุเทศก์ขณะปฏิบัติหน้าที่
2. การไม่มีหรือไม่แสดงใบสั่งงาน (Job Order)
3. การปฏิบัติหน้าที่เป็นมัคคุเทศก์โดยไม่มีใบอนุญาต (ไกด์เถื่อน)
นายจาตุรนต์ ย้ำว่า ทิศทางการทำงานในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 กรมการท่องเที่ยวจะยังคงตอกย้ำนโยบายความปลอดภัย โดยได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการเดินหน้าตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดและต่อเนื่อง เพื่อตัดวงจรการเอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยว และมุ่งยกระดับมาตรฐานการให้บริการด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล
ขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
- บริษัทนำเที่ยว ต้องดูแลใบอนุญาตประกอบธุรกิจไม่ให้ขาดต่ออายุ (สามารถดำเนินการล่วงหน้าได้ 30 วันก่อนหมดอายุ) และต้องจัดให้มีมัคคุเทศก์ดูแลนักท่องเที่ยวทุกครั้ง
- มัคคุเทศก์ ควรตรวจสอบสถานะใบอนุญาตของตนเองอย่างสม่ำเสมอ (สามารถยื่นต่ออายุล่วงหน้าได้ถึง 120 วัน) เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการประกอบอาชีพ
ประชาชน นักท่องเที่ยว และผู้ประกอบการ สามารถร่วมเป็นเครือข่ายในการเฝ้าระวัง หากพบเห็นเบาะแสการกระทำผิดของบริษัทนำเที่ยว ไกด์เถื่อน หรือกลุ่มสแกมเมอร์ สามารถแจ้งเบาะแสได้โดยตรงผ่านช่องทาง Facebook Fanpage: กรมการท่องเที่ยว Department of Tourism หรือทางอีเมล tgtcenter@tourism.go.th และDOT TGIS@tourism.go.th ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะเป็นกุญแจสำคัญให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าตรวจสอบดำเนินการตามกฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ และกำกับดูแลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้ปลอดภัยอย่างยั่งยืน
อีกทั้งยังได้ร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ดำเนินโครงการ “ศูนย์รวบรวมข้อมูลนักท่องเที่ยว ภายในประเทศ” เพื่อยกระดับแพลตฟอร์มการท่องเที่ยวของประเทศไทย (Tourism Data Platform) ซึ่งจะเชื่อมโยงข้อมูลและบริการด้านการท่องเที่ยว เพิ่มความสะดวก และความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามายังประเทศไทย ลดการซ้ำซ้อน เป็นข้อมูลในการส่งเสริมการทำธุรกิจด้านการท่องเที่ยวของผู้ประกอบการ วิสาหกิจชุมชน และ SMEs และเพิ่มประสิทธิภาพในแพลตฟอร์มที่มีร่วมกัน ซึ่งแอปพลิเคชันของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้แก่ Thailand Tourist Police , Amazing Thailand หรือ ระบบ Tourism Wallet สำหรับให้บริการข้อมูลและอำนวยความสะดวกด้านการท่องเที่ยว โดยกระทรวงดีอี พร้อมร่วมบูรณาการข้อมูลกับ แพลตฟอร์ม Travel Link ของ สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) /…