<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[ข่าวเด่น]]></title>
<link>https://trat.prd.go.th/th/content/category/index/id/57</link>
<atom:link href="https://trat.prd.go.th/th/content/category/index/id/57" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[จังหวัดตราดประชุมคณะกรรมการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการจังหวัด ]]></title>
<link>https://trat.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/529348</link>
<guid isPermaLink="false">02d66a89433797cd296398428c334ad2</guid>
<pubDate>Thu, 06 Aug 2026 17:26:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">(6 ส.ค. 69) &nbsp;นายพิริยะ ฉันทดิลก ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการจังหวัดตราด (ก.บ.จ.ตร.) ครั้งที่ 3/2569 โดยมีหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้าร่วมที่ห้องประชุมพลอยแดง ศาลากลางจังหวัดตราด</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">สำหรับการประชุมคณะกรรมการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการจังหวัดตราดครั้งนี้ได้มีการนำเสนอเรื่องเพื่อทราบในเรื่อง ผลการเบิกจ่ายและการใช้จ่ายงบประมาณตามแผนปฏิบัติราชการ ประจำปีของจังหวัดและกลุ่มจังหวัด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รวมทั้งเรื่องความคืบหน้าการตรวจสอบและพิจารณาความคุ้มค่าในการใช้ประโยชน์ จากสินทรัพย์ที่เกิดจากงบประมาณของจังหวัดตราดที่ดำเนินการในพื้นที่จังหวัดตราด &nbsp;อย่างไรก็ตามการประชุมคณะกรรมการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการจังหวัดตราดในครั้งนี้ ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณา1) ขอความเห็นชอบการขอรับการสนับสนุนงบประมาณโครงการฝายบ้านทุ่งกระบอกในส่วนที่ถูกพับไป โดยผลของกฎหมาย &nbsp;2) ขอความเห็นชอบแผนงานหรือโครงการภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 และ 3) ขอความเห็นชอบแผนพัฒนาจังหวัดตราด พ.ศ. 2571 &ndash; 2575 /...</span><br />
&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trat.prd.go.th/th/file/get/file/202608069e4c9bfb227e1b293f7ea33b05642312172629.jpg' type='image/jpg' length='511961' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[อุตสาหกรรมจังหวัดตราด เปิดเวที “เสริมสร้างความรู้ด้านมาตรฐานและการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการเพื่อการจำหน่ายสินค้าคุณภาพ” ]]></title>
<link>https://trat.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/529345</link>
<guid isPermaLink="false">d3e03c1c33019316615c38cf60d50fea</guid>
<pubDate>Thu, 06 Aug 2026 17:24:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">(6 ส.ค. 69) &nbsp;นายนฤบดินทร์ &nbsp;วุฒิวรรณ &nbsp;อุตสาหกรรมจังหวัดตราด &nbsp;เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ &ldquo;การเสริมสร้างความรู้ด้านมาตรฐานและการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการเพื่อการจำหน่ายสินค้าคุณภาพ&rdquo; ประจำปี พ.ศ. 2569 &nbsp;ซึ่งสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดตราด จัดขึ้นโดยมีผู้ประกอบการที่จำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพตามมาตรฐานในพื้นที่จังหวัดตราด รวมทั้งหน่วยงานภาคี เครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน ในจังหวัดตราด เข้าร่วมโครงการห้องประชุมร้าน HAPA@ TRATCITY อำเภอเมืองตราด</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">อุตสาหกรรมจังหวัดตราด &nbsp;กล่าวว่า &nbsp; การจัดเวทีประชุมเชิงปฏิบัติการ &ldquo;การเสริมสร้างความรู้ด้านมาตรฐานและการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการเพื่อการจำหน่ายสินค้าคุณภาพ&rdquo; ในครั้งนี้ เป็นการเสริมสร้างความรู้ สนับสนุน และพัฒนาให้ผู้ประกอบการในจังหวัดตราดที่มีความเข้มแข็งเป็นผู้ประกอบการที่จำหน่ายสินค้าคุณภาพมาตรฐาน ตอบสนองต่อความต้องการของตลาด และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งเป็นแนวทางในการในการนำมาตรฐานไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาสินค้าและธรุกิจ เพิ่มความน่าเชื่อถือ สร้างโอกาสทางการตลาด ให้กับผู้ประกอบการ ทั้งยังเป็นการยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่อุตสาหกรรมยุคใหม่ ตามนโยบายของกระทรวงอุตสาหกรรม &nbsp;การจัดโครงการนี้มีวิทยากรจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ร่วมให้ความรู้ในเรื่องเกี่ยวกับมาตรฐาน ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม /...</span></p>
]]></description>
<enclosure url='https://trat.prd.go.th/th/file/get/file/202608060938c877a05f35559ede12c6cfd4e2d9172446.jpg' type='image/jpg' length='542880' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[จังหวัดตราด กำหนดจัดงานฉลองครบรอบ “134 ปี วันกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จังหวัดตราด” วันที่ 10 สิงหาคม นี้ ]]></title>
<link>https://trat.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/529340</link>
<guid isPermaLink="false">2738261c51337de7b52bf44f598c1120</guid>
<pubDate>Thu, 06 Aug 2026 17:23:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">(6 ส.ค. 69) &nbsp;นายพิริยะ ฉันทดิลก ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เปิดเผยว่า &nbsp;กระทรวงมหาดไทยได้ประกาศให้วันที่ 10 สิงหาคม ของทุกปี เป็น &ldquo;วันกำนัน- ผู้ใหญ่บ้าน&rdquo; &nbsp; ดังนั้นเพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติสถาบันกำนัน &ndash; ผู้ใหญ่บ้านให้เป็นที่ปรากฏ &nbsp;จังหวัดตราด โดยที่ทำการปกครองจังหวัดตราดร่วมกับสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านจังหวัดตราด กำหนดจัดงานฉลองครบรอบ &ldquo;134 ปี วันกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จังหวัดตราด&rdquo; &nbsp;ขึ้น ในวันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 07.00 น. เป็นต้นไป &nbsp;โดยมีกิจกรรมประกอบด้วย การวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 หน้าศาลากลางจังหวัดตราด โดยสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านจังหวัดตราด &nbsp; จากนั้นเวลา 08.30 น. &nbsp;เป็นการจัดพิธีสงฆ์เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับกำนันผู้ใหญ่บ้านที่ล่วงลับไปแล้ว การประชุมใหญ่สามัญประจำปีของสมาชิกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้าน การมอบรางวัลดีเด่นให้แก่ กำนัน &nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน &nbsp;ตลอดจนการอ่านสารของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย &nbsp;ณ บริเวณอาคารอเนกประสงค์ องค์การบริหารส่วนจังหวัดตราด สำหรับการจัดงานดังกล่าวเป็นการแสดงออกถึงความมีไมตรีจิตตอบแทนกำนันผู้ใหญ่บ้าน ที่ได้ให้ความร่วมมือช่วยเหลือการปฏิบัติงานของทางราชการ /&hellip;</span><br />
&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trat.prd.go.th/th/file/get/file/202608063a5e6bf997600382e0fc9bd0ed3058f2172341.jpg' type='image/jpg' length='334184' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[จังหวัดตราด เปิดเวทีประชุมร่วมกันกับบุคคลเกี่ยวกับแผนพัฒนาจังหวัดตราด พ.ศ.2571 – 2575]]></title>
<link>https://trat.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/529339</link>
<guid isPermaLink="false">2644ddd48fcd836fcb1f3f75690761bb</guid>
<pubDate>Thu, 06 Aug 2026 17:21:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">(6 ส.ค. 69) &nbsp;นายพิริยะ ฉันทดิลก ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด มอบหมายให้ นายสาคร &nbsp;นิลรัตน์ &nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เป็นประธานเปิดการประชุมร่วมกันกับบุคคลเกี่ยวกับแผนพัฒนาจังหวัดตราด พ.ศ.2571 &ndash; 2575 ซึ่งจังหวัดตราด โดยกลุ่มงานยุทธศาสตร์และข้อมูลเพื่อการพัฒนาจังหวัด สำนักงานจังหวัดตราด ร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จัดขึ้นโดยมีหัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นายอำเภอ และภาคเอกชน รวมไปถึงผู้แทนภาคประชาสังคม และผู้แทนภาคธุรกิจเอกชน จัดขึ้นที่ห้องประชุมพลอยแดง ศาลากลางจังหวัดตราด&nbsp;</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">ปัจจุบันจังหวัดตราดยังคงเผชิญปัจจัยท้าทายสำคัญ อาทิ ปัญหาคุณภาพสินค้าเกษตร การเสื่อมโทรมของแหล่งท่องเที่ยว ปัญหาขยะและมลพิษทาง ทะเล รวมถึงผลกระทบด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จึงต้องทบทวนประเด็น การพัฒนาจังหวัดให้มีความชัดเจน ทันสมัย และสอดรับกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น สำนักงานจังหวัดตราดร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จึงได้จัดทำร่างแผนพัฒนาจังหวัดตราด พ.ศ.2571 &ndash; 2575 ที่มีการกำหนดประเด็นการพัฒนา จังหวัด จำนวน 5 ประเด็น ประกอบด้วย &nbsp;1.การยกระดับการท่องเที่ยวคุณภาพและมูลค่าสูง รวมถึงขยายฐานการท่องเที่ยวชุมชน เพื่อสร้างรายได้และการพัฒนาอย่างยั่งยืน / &nbsp;2.พัฒนาการเกษตร ประมง และอาหารทะเล สู่เศรษฐกิจ มูลค่าสูงและสร้าง ความมั่นคงทางอาหาร / 3. พัฒนาและเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม โลจิสติกส์ พลังงานทดแทนและดิจิทัล เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิต ในพื้นที่ / 4. พัฒนาศักยภาพทุนมนุษย์ทุกช่วงวัย สังคมคุณภาพ และเมืองน่าอยู่ &nbsp;/ &nbsp;และ 5. ยกระดับการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม แบบมีส่วนร่วม ของทุกภาคส่วนอย่างยั่งยืน ดังนั้นเพื่อเป็นการหารือทุกภาค่าวนที่เกี่ยวข้องจึงนำสู่การจัดประชุมในครั้งนี้ขึ้น /....</span><br />
&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trat.prd.go.th/th/file/get/file/2026080661d8bc5de0ab0897a0fe6e4bd3b532c8172216.jpg' type='image/jpg' length='443015' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[เก็บตก_ ครม. เห็นชอบร่างแถลงการณ์ร่วมไทย -เมียนมา กระชับความร่วมมือทุกมิติเพื่อประชาชน ยกระดับจ้างแรงงานข้ามชาติ บริหารจัดการคุณภาพน้ำข้ามพรมแดน]]></title>
<link>https://trat.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/529336</link>
<guid isPermaLink="false">ca5105b411c03e2b18ba6bcf1bfda104</guid>
<pubDate>Thu, 06 Aug 2026 17:20:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี โดยที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบความร่วมมือระหว่างไทย-เมียนมา จำนวน 3 เรื่อง ได้แก่ 1. เห็นชอบร่างแถลงการณ์ร่วมของนายกรัฐมนตรีไทยกับประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ในโอกาสการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของ นายมิน ออง ไลง์ ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ระหว่างวันที่ 6 - 7 สิงหาคม 2569 ประโยชน์ที่ได้รับจากร่างแถลงการณ์ร่วมฯ จะช่วยกำหนดทิศทางในการขับเคลื่อนความสัมพันธ์ทวิภาคีไทย - เมียนมา เพื่อนำประโยชน์มาสู่ประชาชนทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะด้านความมั่นคงและการรับมือกับภัยคุกคามจากอาชญากรรมข้ามชาติ &nbsp;การส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ และการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมข้ามแดน 2. เห็นชอบบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือด้านแรงงาน และบันทึกข้อตกลง (Agreement) ว่าด้วยการจ้างแรงงานระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องให้ปรับปรุงเอกสารทั้งสองฉบับ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ปัจจุบัน ช่วยให้การจัดส่งและการจ้างแรงงานข้ามชาติระหว่างไทยกับเมียนมาเป็นระบบและต่อเนื่อง แรงงานได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายและสิทธิที่พึงมี ลดปัญหาการลักลอบเข้าเมือง การจ้างงานผิดกฎหมาย และการค้ามนุษย์ 3. เห็นชอบขอบเขตอำนาจหน้าที่ (TOR) คณะทำงานร่วมด้านการจัดการคุณภาพน้ำในแม่น้ำที่เป็นพรมแดนและแม่น้ำที่ไหลผ่านระหว่างไทยและเมียนมา เพื่อช่วยสนับสนุนการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านคุณภาพน้ำ การแจ้งเตือน การป้องกันและแก้ไขมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมข้ามแดน ระบบนิเวศ สุขภาพ และการดำรงชีวิตของประชาชนในพื้นที่ริมแม่น้ำ โดยขอบเขตอำนาจหน้าที่นี้มีผลบังคับใช้เป็นระยะเวลา 3 ปี นับตั้งแต่วันที่ทุกฝ่ายลงนามในขอบเขตอำนาจหน้าที่ (TOR) ซึ่งการมีกลไกทำงานร่วมระหว่างไทยกับเมียนมา จะทำให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างรวดเร็ว&nbsp;</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">รายละเอียด</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">(5 ส.ค. 69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย &nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี โดยที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบความร่วมมือระหว่างไทย - เมียนมา จำนวน 3 เรื่อง ดังนี้</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">1. เห็นชอบร่างแถลงการณ์ร่วมของนายกรัฐมนตรีไทยกับประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา และให้นายกรัฐมนตรีร่วมรับรองร่างแถลงการณ์ร่วมฯ ในโอกาสการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของ นายมิน ออง ไลง์ ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ระหว่างวันที่ 6 - 7 สิงหาคม 2569 ตามที่กระทรวงการต่างประเทศ เสนอ&nbsp;</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">โดยร่างแถลงการณ์ร่วมของนายกรัฐมนตรีไทยกับประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา มีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดทิศทางความร่วมมือไทย &ndash; สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาในสาขาที่ทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญ ครอบคลุมทั้งการรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณชายแดนไทย - สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา การส่งเสริมความร่วมมือด้านความมั่นคงและการรับมือกับภัยคุกคามจากอาชญากรรมข้ามชาติ การส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจและความเชื่อมโยงระหว่างประเทศ การส่งเสริมความร่วมมือเพื่อแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมข้ามแดน ส่งเสริมความร่วมมือด้านสังคมและวัฒนธรรม และความร่วมมือในกรอบอาเซียน โดยมีลักษณะเป็นการแสดงเจตนารมณ์ทางการเมือง และไม่มีถ้อยคำหรือบริบทใดที่มุ่งจะก่อให้เกิดพันธกรณีภายใต้บังคับของกฎหมายระหว่างประเทศ ดังนั้น ร่างแถลงการณ์ร่วมฯ จึงไม่เป็นสนธิสัญญาตามกฎหมายระหว่างประเทศและไม่เป็นหนังสือสัญญาตามมาตรา 178 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560<br />
&nbsp;<br />
ประเทศไทยและสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดและมีความร่วมมือครอบคลุมทุกมิติ ทั้งด้านการเมือง ความมั่นคง เศรษฐกิจ การพัฒนาพื้นที่ชายแดนและความเชื่อมโยง การเยือนไทยอย่างเป็นทางการของประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาในครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสในการติดตามความร่วมมือในด้านต่าง ๆ ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม และประโยชน์ที่จะได้รับจากร่างแถลงการณ์ร่วมฯ จะช่วยกำหนดทิศทางในการขับเคลื่อนความสัมพันธ์ทวิภาคีไทย - สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เพื่อนำประโยชน์มาสู่ประชาชนของทั้งสองประเทศอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในด้านความมั่นคงและการรับมือกับภัยคุกคามจากอาชญากรรมข้ามชาติ การส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจและความเชื่อมโยงระหว่างประเทศ และการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมข้ามแดน&nbsp;</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">2. เห็นชอบบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือด้านแรงงาน และบันทึกข้อตกลง (Agreement) ว่าด้วยการจ้างแรงงานระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา และอนุมัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเป็นผู้ลงนามในเอกสารทั้งสองฉบับ ตามที่กระทรวงแรงงาน เสนอ เนื่องจากไทยและเมียนมามีความร่วมมือด้านแรงงานมาตั้งแต่ปี 2559 โดยใช้บันทึกความเข้าใจและบันทึกข้อตกลงเป็นกลไกในการจัดส่งแรงงานเมียนมาเข้ามาทำงานในประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ต่อมาภายหลังการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และการเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ภายในเมียนมา ทั้งสองฝ่ายจึงเห็นพ้องให้ปรับปรุงเอกสารทั้งสองฉบับ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ปัจจุบัน และทำให้การบริหารจัดการแรงงานระหว่างสองประเทศดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ดังนี้</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">- บันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือด้านแรงงาน ระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ฉบับปรับปรุง กำหนดหน่วยงานผู้มีอำนาจ คือกระทรวงแรงงาน ของทั้งฝ่ายไทยและฝ่ายเมียนมา โดยระบุขอบเขตของความร่วมมือทางวิชาการ เช่น การแลกเปลี่ยนข้อมูลในด้านต่าง ๆ&nbsp;</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">การแลกเปลี่ยนการเยือนของบุคลากรและผู้เชี่ยวชาญ การแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อป้องกันการจ้างงานอย่างผิดกฎหมายและการค้ามนุษย์ แบ่งปันข้อมูลตลาดแรงงาน กฎหมาย และโอกาสในการจ้างงาน หรือสาขาความร่วมมืออื่น ๆ ตามแต่จะตกลงกัน ความร่วมมือในด้านการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน ส่งเสริมความโปร่งใสและประสิทธิภาพในการส่งและรับแรงงานอย่างถูกกฎหมายระหว่างกัน โดยตกลงที่จะจัดทำบันทึกข้อตกลงด้านการจ้างแรงงาน เพื่อให้แรงงานได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรมตามกฎหมาย ระเบียบ และนโยบายของภาคีผู้รับ</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">- บันทึกข้อตกลง (Agreement) ว่าด้วยการจ้างแรงงานระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ฉบับปรับปรุง มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและขยายความร่วมมือ จัดทำกรอบในการอำนวยความสะดวกการจ้างงานแบบมีสัญญาจ้างให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส บนพื้นฐานของสิทธิ และความคุ้มค่า โดยดำเนินมาตรการ จำนวน 3 ด้าน ได้แก่ (1) กระบวนการที่เหมาะสมในการจ้างงาน (2) กระบวนการในการส่งแรงงานที่ทำงานครบกำหนดกลับประเทศ และ (3) แรงงานได้รับสิทธิคุ้มครองตามกฎหมาย และสัญญาจ้างโดยการใช้กฎหมาย การสรรหาแรงงานและการเดินทางเข้าประเทศต้องเป็นไปตามกฎหมายของทั้งสองประเทศ แรงงานต้องปฏิบัติตามกฎหมายและจารีตประเพณีของประเทศผู้รับโดยไม่เข้าร่วมหรือแทรกแซงในกิจกรรมทางการเมืองหรือกิจการภายในประเทศผู้รับ รวมถึงต้องจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุน และจ่ายภาษี ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายของทั้งสองประเทศ</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">การจ้างแรงงานต่างด้าวในประเทศไทยเป็นเรื่องสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมหลากหลายประเภท การปรับปรุงบันทึกความเข้าใจและบันทึกข้อตกลงในครั้งนี้ จะช่วยให้การจัดส่งและการจ้างแรงงานข้ามชาติระหว่างไทยกับเมียนมาเป็นระบบมากยิ่งขึ้น แรงงานได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายและสิทธิที่พึงมี มีสถานการณ์ทำงานที่ถูกต้องตามกฎหมายของประเทศไทย รวมถึงได้รับใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) และวีซ่า ที่เหมาะสมสำหรับการพำนักในประเทศ ขณะที่ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงแรงงานผ่านช่องทางที่ถูกต้องตามกฎหมาย ลดปัญหาการลักลอบเข้าเมือง การจ้างงานผิดกฎหมาย และการค้ามนุษย์ ซึ่งจะช่วยยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติของไทย ควบคู่กับการสนับสนุนภาคเศรษฐกิจที่ยังมีความต้องการแรงงานอย่างต่อเนื่อง และสร้างประโยชน์ร่วมกันแก่แรงงาน นายจ้าง และทั้งสองประเทศในระยะยาว</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">3. เห็นชอบขอบเขตอำนาจหน้าที่ (TOR) คณะทำงานร่วมด้านการจัดการคุณภาพน้ำในแม่น้ำที่เป็นพรมแดนและแม่น้ำที่ไหลผ่านระหว่างไทยและเมียนมา เพื่อเป็นกลไกความร่วมมือในการติดตาม ป้องกัน และแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำข้ามพรมแดนอย่างเป็นระบบ และอนุมัติให้ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นผู้ลงนามในขอบเขตอำนาจหน้าที่ (TOR) ของคณะทำงานร่วมฯ ดังกล่าว เพื่อให้ทั้งสองประเทศสามารถเริ่มขับเคลื่อนความร่วมมือและประสานการดำเนินงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างเป็นรูปธรรมตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เสนอ&nbsp;</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">สืบเนื่องจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ในการประชุมครั้งที่ 5/2568 เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2568 มีมติเห็นชอบให้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำ ผิวดิน ต่อมาได้มีคำสั่งคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ที่ 27/2568 &nbsp;เรื่อง แต่งตั้งคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำผิวดิน มีหน้าที่กำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาสารปนเปื้อนเกินมาตรฐานในลำน้ำหรือแหล่งน้ำ เร่งรัดและขับเคลื่อนการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยปัจจุบันได้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาการปนเปื้อนในแม่น้ำที่เป็นพรมแดนและแม่น้ำที่ไหลผ่านระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ซึ่งเป็นประเด็นปัญหาระดับประเทศที่รัฐบาลให้ความสำคัญและอยู่ในความสนใจของประชาชน กรมควบคุมมลพิษ จึงร่วมกับกรมอนามัย กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และกรมเอเชียตะวันออก ร่วมกันจัดทำขอบเขตอำนาจหน้าที่ (TOR) คณะทำงานร่วมด้านการจัดการคุณภาพน้ำในแม่น้ำที่เป็นพรมแดนและแม่น้ำที่ไหลผ่านระหว่างไทยและเมียนมา เพื่อใช้เป็นกรอบในการดำเนินงานและขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำข้ามพรมแดน</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">นอกจากนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมยังได้ประสานงานกับกระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา โดยเห็นชอบร่วมกันในการจัดทำขอบเขตอำนาจหน้าที่ (TOR) คณะทำงานร่วมด้านการจัดการคุณภาพน้ำในแม่น้ำที่เป็นพรมแดนและแม่น้ำที่ไหลผ่านระหว่างไทยและเมียนมา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือในการป้องกันและลดผลกระทบจากมลพิษข้ามแดนในแม่น้ำที่เป็นพรมแดนและแม่น้ำที่ไหลผ่านระหว่างไทยและเมียนมา รวมทั้งเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยและเมียนมา โดยขอบเขตอำนาจหน้าที่นี้ มีผลบังคับใช้เป็นระยะเวลา 3 ปี นับตั้งแต่วันที่ทุกฝ่ายลงนามในขอบเขตอำนาจหน้าที่ (TOR) คณะทำงานร่วมฉบับนี้ ประโยชน์ที่ได้รับจากขอบเขตอำนาจหน้าที่ (TOR) คณะทำงานร่วมฯ จะช่วยสนับสนุนการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านคุณภาพน้ำ การแจ้งเตือน การติดตามสถานการณ์ในแม่น้ำที่เชื่อมโยงระหว่างสองประเทศ การประสานมาตรการป้องกันและแก้ไขมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมข้ามแดน ตลอดจนการหารือแนวทางรับมือกรณีเกิดผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ ระบบนิเวศ สุขภาพ และการดำรงชีวิตของประชาชนในพื้นที่ริมแม่น้ำ ซึ่งหากมีกลไกการทำงานร่วมระหว่างไทยกับเมียนมา จะทำให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างรวดเร็ว /&hellip;</span><br />
&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trat.prd.go.th/th/file/get/file/202608069fe5acb94985528d7b40c7f1fe60b85f172042.jpg' type='image/jpg' length='980472' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[เก็บตก_“ดีอี” เร่งปราบสแกมเมอร์ สกัด “บัญชีม้า” รวมศูนย์ข้อมูล เร่งคืนเงินผู้เสียหาย ท่องเที่ยว” กวาดล้าง “ทัวร์เถื่อน -ไกด์เถื่อน” คืนความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว]]></title>
<link>https://trat.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/529334</link>
<guid isPermaLink="false">2e292580828c3fc272b29d6e0cfa6ada</guid>
<pubDate>Thu, 06 Aug 2026 17:18:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ครั้งที่ 3/2569 และคณะอนุกรรมการป้องกันการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติ ครั้งที่ 1/2569 พิจารณาร่างประกาศหลักเกณฑ์การประกาศรายชื่อ &ldquo;บัญชีม้า&rdquo; ทุกสี จากความร่วมมือระหว่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และสมาคมธนาคารไทย เตรียมเชื่อมโยงฐานข้อมูลข้ามธนาคารแบบเรียลไทม์ หากพบบุคคลใดเกี่ยวข้องกับเส้นทางการเงินทุจริตในธนาคารใดธนาคารหนึ่ง ระบบจะระงับบัญชีของบุคคลนั้นทันทีในทุกธนาคาร ซึ่งจะมีการเชื่อมโยงฐานข้อมูลกลางใน 3 ระบบ ได้แก่ การเชื่อมโยงฐานข้อมูลธนาคารผ่าน Central Fraud Registry (CFR) สำหรับแลกเปลี่ยนเส้นทางการเงินและรายชื่อบุคคลเสี่ยง ฐานข้อมูลจากระบบตรวจจับพฤติกรรมบัญชีธนาคารที่มีความผิดปกติ ร่วมกับฐานข้อมูลของ ปปง. และฐานข้อมูลจาก AOC 1441 ที่รวบรวมรายชื่อผู้ถูกดำเนินคดี เพื่อยกระดับการปราบปรามบัญชีม้า หากประชาชนที่ถูกระงับบัญชีโดยไม่ได้ตั้งใจ สามารถติดต่อสายด่วน AOC 1441 กด 2 เพื่อปลดล็อกบัญชี สำหรับหลักเกณฑ์การคืนเงินผู้เสียหาย จะให้ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอคืนเงินผ่านระบบของ ปปง. ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอคำสั่งศาล มีผลบังคับใช้ในวันที่ 12 สิงหาคม 2569 อีกทั้ง ธปท. ได้เริ่มกำหนดหลักเกณฑ์การจำกัดวงเงินโอน/ชำระเงินต่อวันผ่านบัญชีธนาคาร และ e-Money ของเยาวชนอายุ 12-18 ปี ไม่เกิน 3,000-10,000 บาทต่อวันตามช่วงอายุ ภายในเดือนตุลาคม 2569 นอกจากนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยกรมการท่องเที่ยวได้ยกระดับ &ldquo;ความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว&rdquo; ให้เป็นวาระเร่งด่วนสูงสุด ตามนโยบายของ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ครอบคลุมทั้งมิติความปลอดภัยในพื้นที่ท่องเที่ยว และการกวาดล้างภัยคุกคามจากกลุ่มมิจฉาชีพ สแกมเมอร์ การเอารัดเอาเปรียบ ทัวร์เถื่อนและไกด์เถื่อน เพื่อเรียกคืนความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ และร่วมกับกระทรวงดีอี ดำเนินโครงการ &ldquo;ศูนย์รวบรวมข้อมูลนักท่องเที่ยวภายในประเทศ&rdquo; เพื่อยกระดับแพลตฟอร์มการท่องเที่ยวของประเทศไทย โดยเชื่อมโยงข้อมูลและบริการด้านการท่องเที่ยว เพิ่มความสะดวก และความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว&nbsp;</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">รายละเอียด</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ครั้งที่ 3/2569 และคณะอนุกรรมการป้องกันการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติ ครั้งที่ 1/2569&nbsp;</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">นายไชยชนก กล่าวว่า ที่ประชุมได้พิจารณาร่างประกาศหลักเกณฑ์การประกาศรายชื่อ &ldquo;บัญชีม้า&rdquo; ทุกสี จากความร่วมมือระหว่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และสมาคมธนาคารไทย ซึ่งจะเตรียมควบรวมฐานข้อมูลข้ามธนาคารแบบเรียลไทม์ โดยหากพบบุคคลใดเกี่ยวข้องกับเส้นทางการเงินทุจริตในธนาคารใดธนาคารหนึ่ง ระบบจะระงับบัญชีของบุคคลนั้นทันทีในทุกธนาคาร ซึ่งจะมีการเชื่อมโยงฐานข้อมูลกลางใน 3 ระบบ ได้แก่ การเชื่อมโยงฐานข้อมูลธนาคารผ่าน Central Fraud Registry (CFR) สำหรับแลกเปลี่ยนเส้นทางการเงินและรายชื่อบุคคลเสี่ยง ฐานข้อมูลจากระบบตรวจจับพฤติกรรมบัญชีธนาคารที่มีความผิดปกติ ร่วมกับฐานข้อมูลของ ปปง. และฐานข้อมูลจาก AOC 1441 ที่รวบรวม รายชื่อผู้ถูกดำเนินคดี&nbsp;</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">ร่างประกาศหลักเกณฑ์การประกาศรายชื่อ &ldquo;บัญชีม้า&rdquo; ทุกสี ดังกล่าวจะช่วยยกระดับการปราบปรามบัญชีม้า โดยเมื่อระบุตัวเจ้าของบัญชีม้าได้ จะมีการระงับช่องทางการทำธุรกรรมทั้งหมด (Mobile Banking, ATM, ธุรกรรมออนไลน์) ในทุกบัญชีของทุกธนาคาร พร้อมกับขึ้นบัญชี blacklist ห้ามเปิดบัญชีธนาคารใหม่โดยเด็ดขาด และดำเนินการเชิงรุก ระงับบัญชีที่มีความเสี่ยงสูง แม้ยังไม่มีผู้เสียหายแจ้งความก็ตาม เพื่อกักกันเงินในบัญชีไว้ก่อนถูกโอนออก การยกระดับมาตรการดังกล่าว อาจส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ หากประชาชนถูกระงับบัญชีโดยไม่ได้ตั้งใจ สามารถติดต่อสายด่วน AOC 1441 กด 2 เพื่อยืนยันตัวตน จากนั้นธนาคารจะเร่งตรวจสอบและปลดล็อกบัญชีให้โดยเร็ว</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">สำหรับหลักเกณฑ์การคืนเงินผู้เสียหายตามกฎกระทรวงฯ ที่ประชุมจะเร่งดำเนินการกำหนดหลักเกณฑ์เพื่อให้ผู้เสียหายสามารถยื่นคำร้องขอคืนเงินผ่านระบบของ ปปง. ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอคำสั่งศาล เพื่อให้ทันต่อการที่กฎกระทรวงฯ จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 12 สิงหาคม 2569 โดยมี ปปง. เป็นหน่วยงานหลักร่วมกับกระทรวงดีอี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ธปท. สมาคมธนาคารไทย TEPA/e-Money สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และสมาคมผู้ประกอบการสินทรัพย์ดิจิทัล โดยกำหนดเป็นมาตรการเชิงลึกเร่งด่วนภายใน 90 วัน ให้แล้วเสร็จภายในกันยายน 2569</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">ในปัจจุบันสแกมเมอร์ได้มีการหลอกลวงให้เด็กและเยาวชนเปิดบัญชีธนาคารมากขึ้น ทำให้ทาง ธปท. ได้เริ่มดำเนินการกำหนดหลักเกณฑ์การจำกัดวงเงินโอน/ชำระเงินต่อวันผ่านบัญชีธนาคาร และ e-Money ของเยาวชนอายุ 12-18 ปี ไม่เกิน 3,000-10,000 บาทต่อวันตามช่วงอายุ โดยคาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในเดือนตุลาคม 2569 จึงจำเป็น ต้องสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับภัยออนไลน์แก่เยาวชนและประชาชน และแจ้งเตือนผ่านช่องทางต่าง ๆ เพื่อสร้างการรับรู้และรับมือกับข่าวปลอมและอาชญากรรมออนไลน์</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;"><br />
นอกจากนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยกรมการท่องเที่ยว ยังได้ยกระดับ &ldquo;ความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว&rdquo; ให้เป็นวาระเร่งด่วนสูงสุด ตามนโยบายของนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา &nbsp;โดยครอบคลุมทั้งมิติความปลอดภัยในพื้นที่ท่องเที่ยว และการกวาดล้างภัยคุกคามจากกลุ่มมิจฉาชีพ สแกมเมอร์ (Scammer) การเอารัดเอาเปรียบ ตลอดจนปัญหาทัวร์เถื่อนและไกด์เถื่อน เพื่อสร้างเกราะป้องกันและเรียกคืนความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว ในฐานะผู้บริหารหน่วยงานหลักที่กำกับดูแลมาตรฐานอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ได้เปิดเผยถึงผลการปฏิบัติงานเชิงรุกในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 ว่า กรมการท่องเที่ยวได้บูรณาการกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายกับบริษัทนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ทั่วประเทศอย่างเข้มงวด รวมทั้งสิ้น 3,187 ราย เพื่อกวาดล้างผู้กระทำผิดกฎหมายอย่างจริงจัง&nbsp;</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">สรุปผลการดำเนินการบังคับใช้กฎหมาย ดังนี้ ผลการตรวจสอบบริษัทนำเที่ยว จำนวน 1,962 ราย พบผู้กระทำผิดไม่ปฏิบัติตามกฎหมายจำนวน 68 ราย พบความผิด 3 ข้อหาหลัก ได้แก่<br />
1. การประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับอนุญาต (ทัวร์เถื่อน)<br />
2. การประกอบธุรกิจนำเที่ยวไม่ตรงตามคุณสมบัติในมาตรา 17 (1) แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (สัดส่วนทุนและกรรมการบริษัทต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทยตามที่กฎหมายกำหนด)<br />
3. การไม่จัดให้มีมัคคุเทศก์เดินทางไปกับนักท่องเที่ยว</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">ผลการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของมัคคุเทศก์ จำนวน 1,225 ราย &nbsp;พบผู้กระทำผิด จำนวน 129 ราย โดยความผิด 3 ลำดับแรก ได้แก่<br />
1. การไม่ติดบัตรประจำตัวมัคคุเทศก์ขณะปฏิบัติหน้าที่<br />
2. การไม่มีหรือไม่แสดงใบสั่งงาน (Job Order)<br />
3. การปฏิบัติหน้าที่เป็นมัคคุเทศก์โดยไม่มีใบอนุญาต (ไกด์เถื่อน)</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">นายจาตุรนต์ ย้ำว่า ทิศทางการทำงานในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 กรมการท่องเที่ยวจะยังคงตอกย้ำนโยบายความปลอดภัย โดยได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการเดินหน้าตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดและต่อเนื่อง เพื่อตัดวงจรการเอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยว และมุ่งยกระดับมาตรฐานการให้บริการด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล&nbsp;</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">ขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">- บริษัทนำเที่ยว ต้องดูแลใบอนุญาตประกอบธุรกิจไม่ให้ขาดต่ออายุ (สามารถดำเนินการล่วงหน้าได้ 30 วันก่อนหมดอายุ) และต้องจัดให้มีมัคคุเทศก์ดูแลนักท่องเที่ยวทุกครั้ง&nbsp;<br />
- มัคคุเทศก์ ควรตรวจสอบสถานะใบอนุญาตของตนเองอย่างสม่ำเสมอ (สามารถยื่นต่ออายุล่วงหน้าได้ถึง 120 วัน) เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการประกอบอาชีพ</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">ประชาชน นักท่องเที่ยว และผู้ประกอบการ สามารถร่วมเป็นเครือข่ายในการเฝ้าระวัง หากพบเห็นเบาะแสการกระทำผิดของบริษัทนำเที่ยว ไกด์เถื่อน หรือกลุ่มสแกมเมอร์ สามารถแจ้งเบาะแสได้โดยตรงผ่านช่องทาง Facebook Fanpage: กรมการท่องเที่ยว Department of Tourism หรือทางอีเมล tgtcenter@tourism.go.th และDOT &nbsp;TGIS@tourism.go.th ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะเป็นกุญแจสำคัญให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าตรวจสอบดำเนินการตามกฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ และกำกับดูแลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้ปลอดภัยอย่างยั่งยืน</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">อีกทั้งยังได้ร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ดำเนินโครงการ &ldquo;ศูนย์รวบรวมข้อมูลนักท่องเที่ยว ภายในประเทศ&rdquo; เพื่อยกระดับแพลตฟอร์มการท่องเที่ยวของประเทศไทย (Tourism Data Platform) ซึ่งจะเชื่อมโยงข้อมูลและบริการด้านการท่องเที่ยว เพิ่มความสะดวก และความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามายังประเทศไทย ลดการซ้ำซ้อน เป็นข้อมูลในการส่งเสริมการทำธุรกิจด้านการท่องเที่ยวของผู้ประกอบการ วิสาหกิจชุมชน และ SMEs และเพิ่มประสิทธิภาพในแพลตฟอร์มที่มีร่วมกัน ซึ่งแอปพลิเคชันของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้แก่ Thailand Tourist Police , Amazing Thailand หรือ ระบบ Tourism Wallet สำหรับให้บริการข้อมูลและอำนวยความสะดวกด้านการท่องเที่ยว โดยกระทรวงดีอี พร้อมร่วมบูรณาการข้อมูลกับ แพลตฟอร์ม Travel Link ของ สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) /&hellip;</span><br />
&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trat.prd.go.th/th/file/get/file/2026080607dd7475f4c4ee77373e0bba80ea3077171934.jpg' type='image/jpg' length='935065' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[จังหวัดตราด ขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้าน ชุมชนสีขาว ปลอดยาเสพติด ]]></title>
<link>https://trat.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/528966</link>
<guid isPermaLink="false">76ce2b3d522431b45f7bc453315feaa7</guid>
<pubDate>Wed, 05 Aug 2026 17:20:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">(5 ส.ค. 69) &nbsp;นายพิริยะ ฉันทดิลก ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด มอบหมายให้นายพีระ &nbsp;เอี่ยมสุนทร &nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการประเมินผลและติดตามการดำเนินงานขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้าน/ชุมชนสีขาว ปลอดยาเสพติดจังหวัดตราด ครั้งที่ 5/2569 &nbsp;ซึ่งจังหวัดตราดโดยศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดตราด ที่ทำการปกครองจังหวัดตราด จัดขึ้นโดยมีหน่วยงานที่เป็นคณะกรรมการฯเข้าร่วม ที่ห้องประชุมตราดสีทอง ศาลากลางจังหวัดตราด &nbsp; &nbsp;</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">สำหรับการประชุมคณะกรรมการประเมินผลและติดตามการดำเนินงานขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้าน/ชุมชนสีขาว ปลอดยาเสพติด จังหวัดตราด ครั้งนี้ที่ประชุมได้มีการนำเสนอ หลักเกณฑ์การดำเนินโครงการหมู่บ้าน/ชุมชนสีขาวปลอดยาเสพติด โดยมีชุดปฏิบัติการตำบลบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ดำเนินการประชาคม หมู่บ้านและดำเนินการปฏิบัติการค้นหา (Re X - ray) ผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติด และผู้ค้ายาเสพติด ในบุคคลอายุ 12 - 65 ปีตามฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรในพื้นที่หมู่บ้าน/ชุมชน หากพบผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติด และผู้ค้ายาเสพติด จากการ Re X-ray มาดำเนินการ ประสานงานสถานีตำรวจภูธรอำเภอเพื่อนำ ผู้ค้า ยาเสพติดเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย รวมทั้งประสานงานร่วมกับสาธารณสุขอำเภอ นำรายชื่อผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติด มาดำเนินการเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา / &nbsp;ส่วนผู้ป่วยจิตเวชจากการใช้สารเสพติด อยู่ภายใต้การบำบัดรักษาฟื้นฟูโดยการควบคุมของ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตราด จะต้องไม่กลับไปยุ่งเกี่ยว หรือใช้ยาเพสติดซ้ำอีก / ส่วนผู้ถูกคุมความประพฤติซึ่งเป็นผู้ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดตราด โดยหมู่บ้าน/ชุมชน ที่จะเป็นหมู่บ้าน/ชุมชนสีขาว ปลอดยาเสพติด จะต้องไม่มีผู้ที่ อยู่ระหว่างถูกคุมความประพฤติอยู่อาศัยในพื้นที่นั้น / นอกจากนี้จะต้องมีการประสานขอข้อมูลการปฏิบัติงาน ผลการจับกุมและเป้าหมายที่เกี่ยวกับผู้เสพ/ ผู้ติดยาเสพติด และผู้ค้ายาเสพติดจากสถานีตำรวจภูธรในพื้นที่ เพื่อนำมาเป็นข้อมูลในการประเมินหมู่บ้าน/ ชุมชนสีขาว ปลอดยาเสพติด นอกจากนี้ยังได้มีการนำเสนอในเรื่องตัวชี้วัดตามการประเมินผลการปฏิบัติราชการของจังหวัดตราด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 &nbsp;อย่างไรก็ตามการประชุมครั้งนี้ที่ประชุมยังได้ร่วมกัน ประเมินโครงการหมู่บ้าน/ชุมชนสีขาวปลอดยาเสพติด ตามหลักเกณฑ์ &nbsp;จำนวน 26 หมู่บ้าน จาก 6 อำเภอ อีกด้วย /....</span></p>
]]></description>
<enclosure url='https://trat.prd.go.th/th/file/get/file/20260805169045c421697741b644684fc9f75cfa172011.jpg' type='image/jpg' length='605607' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[กาชาดตราด เยี่ยมผู้สูงอายุ 100 ปี ในพื้นที่ตำบลหนองคันทรง พร้อมเยี่ยมให้กำลังใจผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ และผู้พิการยากไร้ ในตำบลห้วยแร้ง จำนวน 10 ราย ]]></title>
<link>https://trat.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/528964</link>
<guid isPermaLink="false">eeb0559fc33a7282f79a59ed5cc48dad</guid>
<pubDate>Wed, 05 Aug 2026 17:18:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">(5 ส.ค. 69) นางมณฑา ฉันทดิลก นายกเหล่ากาชาดจังหวัดตราด มอบหมายให้ นางอมรรัตน์ เอี่ยมสุนทร รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดตราด พร้อมด้วยคณะกรรมการและสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดตราด ออกเยี่ยมให้กำลังใจ นางถนอม วิจิตรสมบัติ อายุ 100 ปี 1 เดือน ในพื้นที่หมู่ที่ 1 ตำบลหนองคันทรง &nbsp;อำเภอเมืองตราด &nbsp; &nbsp; จากนั้นรองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดตราด คณะกรรมการและสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดตราด ยังได้เดินทางออกเยี่ยมให้กำลังใจและมอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียงยากไร้ ผู้สูงอายุ และผู้พิการยากไร้ จำนวน 10 ราย ในพื้นที่ตำบลห้วยแร้ง อำเภอเมืองตราด โดยมี ผู้แทนนายอำเภอเมืองตราด ผู้แทนพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตราด และผู้แทนนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตราด กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ เข้าร่วม&nbsp;<br />
.<br />
สำหรับการออกเยี่ยมให้กำลังใจและมอบสิ่งของช่วยเหลือในครั้งนี้ เป็นไปตามโครงการสงเคราะห์ผู้ยากไร้ โครงการเยี่ยมผู้สูงอายุ 100 ปี และโครงการสงเคราะห์ผู้ป่วยติดเตียงยากไร้ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ซึ่งเป็นการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานสาธารณสุข ในพื้นที่ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตราด และอำเภอเขาสมิง เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้พิการยากไร้ และครอบครัวให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น/...</span></p>
]]></description>
<enclosure url='https://trat.prd.go.th/th/file/get/file/20260805ec99695d52c68d1feac2d632e38c5297171907.jpg' type='image/jpg' length='708324' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[จัดหางานจังหวัดตราด จัดโครงการเตรียมความพร้อมแก่กลุ่มเป้าหมายก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงาน กิจกรรมสร้างเครือข่ายการแนะแนวอาชีพ]]></title>
<link>https://trat.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/528961</link>
<guid isPermaLink="false">aa02166e80ff3943a8bf053613985fe7</guid>
<pubDate>Wed, 05 Aug 2026 17:17:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">(5 ส.ค. 69) นายพิริยะ ฉันทดิลก ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด &nbsp; มอบหมายให้ นายพีระ &nbsp;เอี่ยมสุนทร &nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด &nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการเตรียมความพร้อมแก่กลุ่มเป้าหมายก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงาน กิจกรรมสร้างเครือข่ายการแนะแนวอาชีพ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ซึ่งสำนักงานจัดหางานจังหวัดตราด จัดขึ้น โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการประกอบด้วย ผู้บริหารสถานศึกษา &nbsp;ครูแนะแนวบุคลากรด้านการศึกษาที่ปฏิบัติงานด้านการแนะแนว จากสถานศึกษาในเขตพื้นที่จังหวัดตราด เข้าร่วมอบรมรวม จำนวน 35 คน ที่โรงแรมเอวาด้าตำบลวังกระแจะ อำเภอเมืองตราด จังหวัดตราด</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">นางสาวธัญญา &nbsp;สังข์ทอง จัดหางานจังหวัดตราด กล่าวว่า จากสภาพปัญหาด้านการมีงานทำ เป็นปัญหาสำคัญประการหนึ่งของประเทศ ซึ่งอาจมีสาเหตุจากความไม่สอดคล้องของกำลังแรงงานกับความต้องการแรงงาน ทำให้บางอาชีพ มีแรงงานมากเกินความต้องการ แต่บางอาชีพกลับขาดแคลน ซึ่งจากข้อมูลการวิจัยหลาย ๆ สาขา มีข้อสรุปประการหนึ่งที่จะช่วยแก้ปัญหาคือ กระบวนการแนะแนวอาชีพ ซึ่งจะช่วยให้เกิดความสมดุลในภาคแรงงานได้ การแนะแนวอาชีพไม่สามารถดำเนินการให้สำเร็จลุล่วงได้โดย หน่วยงานใดหน่วยงานเดียวเนื่องจากจำเป็นต้องอาศัยข้อมูล รวมทั้งความร่วมมือจากหลายฝ่ายร่วม ดำเนินการเป็นเครือข่าย สำนักงานจัดหางานจังหวัดตราด จึงได้จัดอบรมกิจกรรมสร้างเครือข่ายการแนะแนวอาชีพขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ด้านการแนะแนวอาชีพ แลกเปลี่ยน ประสบการณ์ด้านการแนะแนวอาชีพ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการหรือขั้นตอนการใช้เครื่องมือ ในการแนะแนวอาชีพของกรมการจัดหางาน ให้ความรู้เกี่ยวกับข้อมูลสถานการณ์และแนวโน้มความ ต้องการของตลาดแรงงาน ทักษะที่จำเป็น ข้อมูลอาชีพ และเส้นทางการเข้าสู่อาชีพ โดยมีวิทยากรจากสภาอุตสาหกรรมจังหวัดตราด &nbsp;/ สภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดตราด วิทยาลัยเทคนิคตราด มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี และทีมงานสำนักงานจัดหางานจังหวัดตราด ร่วมให้ความรู้แก่กลุ่มครูแนะแนว เพื่อให้สามารถขยายผลการเตรียมความพร้อมของกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งเป็นเยาวชนในสถานศึกษาก่อน ที่จะเข้าสู่ตลาดแรงงานในอนาคตต่อไป /...</span></p>
]]></description>
<enclosure url='https://trat.prd.go.th/th/file/get/file/202608052d767e43da183dd38f1fd8926d7f6550171754.jpg' type='image/jpg' length='488173' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[จังหวัดตราด แจ้งเตือน เฝ้าระวังสถานการณ์ฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และคลื่นลมแรง วันที่ 6 - 9 ส.ค. 69]]></title>
<link>https://trat.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/528959</link>
<guid isPermaLink="false">de0317998df1f9e07123642b03759788</guid>
<pubDate>Wed, 05 Aug 2026 17:16:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">(5 ส.ค. 69) นายพีระ เอี่ยมสุนทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด ปฏิบัติราชการแทน ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด ผู้อำนวยการกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตราด เปิดเผยว่า ด้วยกรมอุตุนิยมวิทยาได้มีประกาศเรื่อง คลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบน และฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย (มีผลกระทบในช่วงวันที่ 2 - 4 &nbsp;สิงหาคม 2569) ฉบับที่ 1 (143/2569) ประกาศ ณ วันที่ 4 สิงหาคม 2569 เวลา 05.00 น. แจ้งว่า บริเวณภาคเหนือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออกจะมีฝนเพิ่มขึ้น โดยมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ส่วนภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคใต้ มีฝนตกหนักบางพื้นที่ เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่าน ภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุม ทะเลอันตามันประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง &nbsp;2 &ndash; 4 &nbsp;เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2 -3 &nbsp;เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า &nbsp;3 เมตร โดยจังหวัดตราด เป็นพื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์ ฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน และคลื่นลมแรง ระหว่างวันที่ 6 - 9 &nbsp;สิงหาคม 2569&nbsp;</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">เพื่อเป็นการติดตามสถานการณ์และแจ้งเตือนประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยทราบล่วงหน้า จึงขอให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งพื้นที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์สาธารณภัยที่อาจเกิดขึ้น และดำเนินการดังนี้</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">1. กรณีพายุฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรง ให้ติดตามข้อมูลสภาวะอากาศ และข่าวสาร จากทางราชการ ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้กับประชาชน ระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตก โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้งได้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งก่อสร้างและป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมถึง ระวังอันตรายจากฟ้าผ่า สำหรับเกษตรกร ควรป้องกันผลิตผลทางการเกษตรที่อาจได้รับความเสียหายด้วย</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">2. กรณีฝนตกหนัก ให้ติดตามปริมาณฝนที่ตกในพื้นที่แต่ละจุดอย่างใกล้ชิด รวมถึงเฝ้าระวัง พื้นที่เสี่ยงฝนตกหนักหรือบริเวณที่ฝนตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ น้ำตก หากมีฝนตกหนักมีความเสี่ยงที่จะเกิดภัย ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ ประกาศแจ้งเตือนและปิดกั้นพื้นที่ห้ามบุคคลใดเข้าพื้นที่โดยเด็ดขาด พร้อมทั้งจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวัง พื้นที่เสี่ยงภัยดังกล่าว ตลอด 24 ชั่วโมง</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">3. กรณีคลื่นลมแรง ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ออกประกาศหรือติดตั้งสัญญาณ (ธง) แจ้งเตือนประชาชนบริเวณชายฝั่งทะเล และแจ้งนักท่องเที่ยวห้ามลงเล่นน้ำทะเลในช่วงที่มีคลื่นลมแรง โดยเด็ดขาด กรณีการเดินเรือ ให้มอบหมายหน่วยงานที่รับผิดชอบ เช่น กรมเจ้าท่า กองทัพเรือ ตำรวจน้ำ แจ้งเตือน การเดินเรือ โดยให้ชาวเรือ ผู้บังคับเรือ ผู้ประกอบการเดินเรือโดยสาร เดินเรือด้วยความระมัดระวังให้มากขึ้น และหากสถานการณ์ในพื้นที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น ให้พิจารณาห้ามการเดินเรือออกจากฝั่งโดยเด็ดขาด</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">4. ให้จัดเตรียม ศูนย์พักพิงชั่วคราวให้พร้อมรับผู้อพยพให้เพียงพอ กรณีเกิดสถานการณ์ ขอให้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จัดเตรียมอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งที่จำเป็นในการดำรงชีพให้เพียงพอในศูนย์พักพิงชั่วคราวด้วย</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">5. ประชาสัมพันธ์ถึง หน่วยงานภาครัฐ และเอกชน ภาคีเครือข่าย กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนในพื้นที่ หากพบเห็น หรือได้รับผลกระทบ และต้องการความช่วยเหลือเมื่อเกิดสถานการณ์ภัยพิบัติ สามารถแจ้งเหตุผ่านทางกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตราด โทรศัพท์หมายเลข 0-3952-5727 หรือแจ้งผ่านไลน์ &ldquo;ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784&rdquo; โดยดำเนินการเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM ตลอด 24 ชั่วโมง /&hellip;</span><br />
&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trat.prd.go.th/th/file/get/file/20260805dfb9adc31d1153596c277d2addcab855171652.jpg' type='image/jpg' length='381622' />
</item>
</channel>
</rss>
