<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[ข่าวเด่น]]></title>
<link>https://trat.prd.go.th/th/content/category/index/id/57</link>
<atom:link href="https://trat.prd.go.th/th/content/category/index/id/57" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[สำนักงานเกษตรจังหวัดตราด ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมจังหวัดตราด ส่งมอบมันเทศให้กับโรงพยาบาลพระปิยมหาราช บุคลากรทางการแพทย์ และผู้มาใช้บริการ]]></title>
<link>https://trat.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/499867</link>
<guid isPermaLink="false">5bd31e850ad8304a554c65da60f45b1c</guid>
<pubDate>Sun, 03 May 2026 17:08:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">(3 พ.ค. 69) &nbsp; สำนักงานเกษตรจังหวัดตราด ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมจังหวัดตราด นำโดย นางอมรรัตน์ ลิมป์สุคนธ์ เกษตรจังหวัดตราด พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองตราด และกำนันตำบลท่าพริก ดำเนินการส่งมอบมันเทศ จำนวน 5 ตัน (บรรจุถุงละ 10 กิโลกรัม จำนวน 500 ถุง) ให้กับโรงพยาบาลพระปิยมหาราช เพื่อใช้ประกอบอาหารให้กับผู้ป่วย และมอบให้บุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงผู้มาใช้บริการ ณ โรงพยาบาลพระปิยมหาราช อำเภอเมืองตราด จังหวัดตราด</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">สำหรับการดำเนินการดำเนินงานดังกล่าว เป็นการบูรณาการหน่วยงานภาครัฐ ในการระบายผลผลิตมันเทศ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้ปลูกมันเทศในระยะเวลาเร่งด่วน /...</span></p>
]]></description>
<enclosure url='https://trat.prd.go.th/th/file/get/file/20260503229e3aab3524110d42114884ccb390fd170823.jpg' type='image/jpg' length='240896' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดตราด  เปิดรับสาวงามเข้าประกวดธิดาระกำหวาน ประจำปี 2569]]></title>
<link>https://trat.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/499865</link>
<guid isPermaLink="false">02314d92cf5684f56d23b83f4d0cb240</guid>
<pubDate>Sun, 03 May 2026 17:06:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">(3 พ.ค. 69) &nbsp;นายราเชนทร์ ชูทองรัตน์ นักวิชาการวัฒนธรรม ชำนาญการพิเศษ รักษาราชการแทนวัฒนธรรมจังหวัดตราด &nbsp;เปิดเผยว่า &nbsp; ตามที่จังหวัดตราด โดยสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดตราด หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จังหวัดตราด กำหนดจัดงานวันระกำหวาน ผลไม้ และของดีเมืองตราด ประจำปี 2569 ณ &nbsp;บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดตราดเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ชื่อเสียงผลไม้ที่มีคุณภาพของจังหวัด อีกทั้งเป็นการส่งเสริมทางด้านการตลาดให้กับเกษตรกรชาวสวนผลไม้ และผู้ผลิตสินค้าชุมชน และท้องถิ่นของจังหวัดตราด ทั้งยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดตราด โดยมีกำหนดจัดงานในวันที่ 14 - 18 พฤษภาคม 2569 ภายในงานมีกิจกรรมต่าง ๆ &nbsp;โดยหนึ่งในกิจกรรมเสริมของงานคือการจัดประกวดธิดาระกำหวาน ประจำปี 2569 &nbsp;โดยสำนักงานงานวัฒนธรรมจังหวัดตราดได้เปิดรับสมัครสาวงามอายุระหว่าง 16 ปีบริบูรณ์ ถึง 25 ปีบริบูรณ์ ( หากมีอายุไม่เกิน 20 ปีบริบูรณ์ต้องมีหนังสือรับรอบจากผู้ปกครอง ) มีสัญชาติไทย เกิดที่จังหวัดตราด หรือมีภูมิลำเนาปัจจุบันอยู่ที่จังหวัดตราดไม่น้อยกว่า 6 เดือน หรือเคยมีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัด &nbsp;ตราดติดต่อกัน ไม่น้อยกว่า 1 ปี หรือเคยศึกษาในสถานศึกษาที่จังหวัดตราดไม่น้อยกว่า 6 เดือน / ยังไม่ผ่านการสมรสตามกฎหมาย / วุฒิการศึกษา ไม่ต่ำกว่ามัธยมศึกษาตอนต้นหรือเทียบเท่า / มีส่วนสูงตั้งแต่ 160 เซนติเมตร ขึ้นไป สมัครเข้าร่วมประกวดธิดาระกำหวานตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 (ไม่เว้นวันหยุดราชการ) &nbsp; ณ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดตราด ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดตราด (หลังใหม่) ไม่เว้นวันหยุดราชการ โทรศัพท์ 0 3952 3970 สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ &nbsp;สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดตราด หมายเลขโทรศัพท์ 0-3952-3970 &nbsp;อย่างไรก็ตามสามารถสแกน QR CODE ดูรายละเอียดการรับสมัครได้ตามภาพ /...</span><br />
&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trat.prd.go.th/th/file/get/file/202605038f705adb42347b730b7bee37d07a5916170719.jpg' type='image/jpg' length='526803' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[จังหวัดตราด ประชาสัมพันธ์  ประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) และประกาศสำนักงาน กกร. เกี่ยวกับสินค้าควบคุม พ.ศ. 2569 ]]></title>
<link>https://trat.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/499209</link>
<guid isPermaLink="false">79abfdb2b1c4b85a47eb621f9c19b2cc</guid>
<pubDate>Thu, 30 Apr 2026 16:20:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">(30 เม.ย. 69) &nbsp;นายสาคร &nbsp;นิลรัตน์ &nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดราด ปฏิบัติราชการแทน ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด &nbsp; เปิดเผยว่า &nbsp; คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ได้มีมติที่ประชุมครั้งที่ 1/2569 &nbsp;เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 &nbsp;พิจารณามาตรการเกี่ยวกับสินค้าที่อาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้ง ในภูมิภาคตะวันออกกลาง สรุปได้ ดังนี้<br />
&nbsp;(1) ออกประกาศ กกร. กำหนดสินค้าควบคุมเพิ่มเติม จำนวน 3 ชนิด ได้แก่ ซอสปรุงรส น้ำดื่มบรรจุขวด และเม็ดพลาสติก<br />
&nbsp;(2) ออกประกาศ กกร. ควบคุมการส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ ไปนอกราชอาณาจักร&nbsp;<br />
(3) ออกประกาศ กกร. เกี่ยวกับการแจ้งข้อมูลต้นทุน ราคา ปริมาณของสินค้าควบคุม<br />
(4) ออกประกาศสำนักงาน กกร. เกี่ยวกับหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขในการอนุญาต การอนุญาต แบบหนังสืออนุญาต วิธีการส่งออกซึ่งน้ำมันปาล์มดิบ ซึ่งกำหนดให้ต้องขออนุญาตส่งออกน้ำมันปาล์มดิบจากเลขาธิการฯ รวมทั้งการแก้ไข เพิ่มเติมแบบแจ้งตามประกาศกกร. พ.ศ.2569 &nbsp;เพื่อใช้กำกับดูแลสินค้าควบคุมให้เป็นไป ตามกฎหมายและสร้างความเป็นธรรมทางการค้าต่อประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">จังหวัดตราด จึงขอประชาสัมพันธ์ ประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) และประกาศสำนักงาน กกร. เกี่ยวกับสินค้าควบคุม พ.ศ. 2569 ให้ประชาชนทราบ โดยสามารถดาวน์โหลดสำเนาประกาศได้จาก QR Code ตามภาพประชาสัมพันธ์ /...</span></p>
]]></description>
<enclosure url='https://trat.prd.go.th/th/file/get/file/20260430db0dca1400d898cade0b5913cd7fda6b162039.jpg' type='image/jpg' length='363221' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[จัดหางานจังหวัดตราด ประชาสัมพันธ์ การทำงานของคนต่างด้าวที่พำนักอยู่ในเขตพื้นที่พักพิง ชั่วคราวสำหรับผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมา ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568]]></title>
<link>https://trat.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/499205</link>
<guid isPermaLink="false">14ae154c3755a01c5efdfe231d3a2e4e</guid>
<pubDate>Thu, 30 Apr 2026 16:19:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">(30 เม.ย. 69) &nbsp; นางสาวธัญญา สังข์ทอง จัดหางานจังหวัดตราด ขอแจ้งข่าวประชาสัมพันธ์ นายจ้าง/สถานประกอบการ เรื่อง แนวทางการพิจารณาอนุญาตให้คนต่างด้าวที่พำนักอยู่ในพื้นที่ พักพิงชั่วคราวสำหรับผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมาทำงานในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ ตามมติ คณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 26 &nbsp;สิงหาคม 2568 &nbsp;เพื่อเป็นการสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ของประเทศตลอดจนทดแทนการขาดแคลนแรงงาน อีกทั้งยังส่งเสริมสิทธิมนุษยชน และส่งเสริม ให้ผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมาออกมาทำงานนอกพื้นที่พักพิงชั่วคราวสำหรับผู้หนีภัยจากการสู้รบ จากเมียนมามากยิ่งขึ้น</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">เพื่อให้การดำเนินการตามมาตรการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าวที่พำนัก อยู่ในพื้นที่พักพิงชั่วคราวสำหรับผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมา เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และมีประสิทธิภาพ สำนักงานจัดหางานจังหวัดตราด ขอแจ้งแนวทางการดำเนินการตามมาตรการ บริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าวที่พำนักอยู่ในพื้นที่พักพิงชั่วคราวสำหรับผู้หนีภัยการสู้รบ จากเมียนมา ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม &nbsp;2568 &nbsp;เพื่อเป็นข้อมูลในการปฏิบัติงาน และประชาสัมพันธ์ให้นายจ้าง/สถานประกอบการที่มีความประสงค์จะจ้างงานคนต่างด้าวดังกล่าว ได้รับทราบแนวทางการดำเนินการดังกล่าว</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">ทั้งนี้หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานจัดหางานจังหวัดตราด อาคารศาลา กลางจังหวัดตราด (หลังใหม่) ชั้น 1 ถนนราษฎร์นิยม ตำบลบางพระ อำเภอเมืองตราด จังหวัดตราด หรือโทรศัพท์ &nbsp;0 -3952-0218 และ 08-8928-2270 &nbsp;ในวันและเวลาราชการหรือทาง www.facebook/สำนักงานจัดหางานจังหวัดตราด v.2 หรือกลุ่มไลน์นายจ้างต่างด้าว /&hellip;</span><span style="font-family:DBHelvethaicaX;"></span></p>
]]></description>
<enclosure url='https://trat.prd.go.th/th/file/get/file/202604305a85e3832d5fd4b9d241ec8b73309c3f161919.jpg' type='image/jpg' length='216890' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[จังหวัดตราด จัดกิจกรรมวันแรงงานแห่งชาติจังหวัดตราด ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “แรงงานสมานฉันท์ รักษ์ปลอดภัย ใส่ใจสุขภาพ ห่างไกลยาเสพติด”]]></title>
<link>https://trat.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/499203</link>
<guid isPermaLink="false">717e7ec5b3b1c86bb62fa051b34e5dcd</guid>
<pubDate>Thu, 30 Apr 2026 16:16:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">(30 เม.ย. 69) &nbsp;นายพิริยะ ฉันทดิลก ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เป็นประธานเปิดงานวันแรงงานแห่งชาติจังหวัดตราด ประจำปี งบประมาณ พ.ศ. 2569 &nbsp;ซึ่งจังหวัดตราด โดยสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดตราด &nbsp;ร่วมกับนายจ้าง ลูกจ้าง หน่วยงาน รัฐวิสาหกิจ และภาคีเครือข่ายแรงงานจังหวัดตราด ร่วมกันจัดขึ้นสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดตราด &nbsp;ร่วมกับนายจ้าง ลูกจ้าง หน่วยงาน รัฐวิสาหกิจ และภาคีเครือข่ายแรงงานจังหวัดตราด &nbsp;ร่วมกันจัดขึ้นภายใต้แนวคิด &ldquo;แรงงานสมานฉันท์ รักษ์ปลอดภัย ใส่ใจสุขภาพ ห่างไกลยาเสพติด&rdquo; โดยมีข้าราชการ เจ้าหน้าที่หน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานในจังหวัดตราดร่วมทั้งผู้ใช้แรงงานจากสถานประกอบกิจการต่าง ๆ ในจังหวัดตราดรวม 150 คน เข้าร่วมงานที่ สนามกีฬาฟุตบอลหญ้าเทียม โรงเรียนกีฬาจังหวัดตราด ตำบลวังกระแจะ อำเภอเมืองตราด จังหวัดตราด</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">นางสิธรา จันทร์หอม สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดตราด &nbsp;กล่าวว่า &nbsp; การจัดงานวันแรงงานแห่งชาติจังหวัดตราด ประจำปี งบประมาณ พ.ศ. 2569 &nbsp; มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดความสมานฉันท์ระหว่างนายจ้าง ลูกจ้าง และวงการแรงงาน รวมทั้งให้ทุกภาคส่วน ตระหนักและเห็นความสำคัญของผู้ใช้แรงงานที่ได้ทำประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของประเทศ &nbsp;เกิดความสมานฉันท์เจตคติที่ดีในการร่วมมือ &nbsp;ร่วมใจ และรวมพลังป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ระหว่างนายจ้าง ลูกจ้าง &nbsp;พนักงานรัฐวิสาหกิจ &nbsp;และภาคีเครือข่ายแรงงานจังหวัดตราดเพื่อสร้างความเข้มแข็งในการเฝ้าระวัง ปัญหายาเสพติดในสถานประกอบกิจการตลอดจนชุมชนโดยรอบ กิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย การจัดบูธนิทรรศการเกี่ยวกับการคุ้มครองแรงงาน ความปลอดภัยในการทำงาน การดูแลสุขภาพ และคลินิกโรคจากการทำงาน การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด/ การเล่นเกมส์ตอบคำถาม/ การแข่งขันกีฬาฮาเฮ/ การแข่งขันฟุตบอลนัดพิเศษ ระหว่างทีม ส่วนราชการพบกับทีม สถานประกอบกิจการจังหวัดตราด และการแข่งขันฟุตบอล อีกจำนวน 2 &nbsp;คู่อีกด้วย /...</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;"></span><br />
&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trat.prd.go.th/th/file/get/file/202604306f23cf88616d572075ae167c4b732802161704.jpg' type='image/jpg' length='971515' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดตราด กำหนดจัดงาน “เสน่ห์สีสันเมืองตราด – Colors of Trat” ]]></title>
<link>https://trat.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/499199</link>
<guid isPermaLink="false">2c82f3b7f465d4fb0445d792db732327</guid>
<pubDate>Thu, 30 Apr 2026 16:15:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">(30 เม.ย. 69) &nbsp; นายปัณณธร ล่ามแขก พัฒนาการจังหวัดตราด &nbsp;เปิดเผยว่า &nbsp;สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดตราด กำหนดจัดงาน &ldquo;เสน่ห์สีสันเมืองตราด &ndash; Colors of Trat&rdquo; ขึ้น ระหว่างวันที่ 6 &ndash; 10 พฤษภาคม นี้ &nbsp; ที่ห้างสรรพสินค้า &nbsp;โรบินสัน ไลฟ์สไตล์ สุวรรณภูมิ &nbsp;เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร &nbsp;การจัดงานดังกล่าวเพื่อเป็นการเผยแพร่อัตลักษณ์ วิถีชีวิต และผลิตภัณฑ์โดดเด่นของจังหวัดตราด &nbsp;&ldquo;ภายในงาน พบกับสินค้าเกษตร อาหารพื้นถิ่น ผลไม้เมืองตราด และอาหารทะเลแปรรูปคุณภาพดี รวมถึงผลิตภัณฑ์ชุมชนและงานหัตถกรรม อาทิ เครื่องจักสาน สมุนไพร และของฝากจากชุมชนที่คัดสรรค์มาอย่างดี&rdquo; &nbsp;นอกจากนี้ยังมีการแสดงมินิคอนเสิร์ตจากศิลปิน ทั้ง 5 วันของการจัดงาน ประกอบด้วย วันที่ 6 พฤษภาคม พบกับ กานต์ ทศน / วันที่ 7 พฤษภาคม พบกัน กิมกลอย คนดัง / วันที่ 8 พฤษภาคม พบกับ เบลล์ นิภาดา / วันที่ 9 พฤษภาคม พบกับ นุ่น ซุปเปอร์วาเลนไทน์ / วันที่ 10 พฤษภาคม พบกับ เต๋า ภูศิลป์ &nbsp;รวมทั้งยังมีการจัดกิจกรรม ลด แลก แจก แถม อีกมากมาย อาทิ สินค้านาทีทอง ที่จะมาร่วมสร้างสีสันและความประทับใจในงานครั้งนี้ /&hellip;</span><br />
&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trat.prd.go.th/th/file/get/file/20260430d0c23579c998405261be65a71d3caf65161608.jpg' type='image/jpg' length='225619' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[เก็บตก_ครม. เห็นชอบ “วาระแห่งชาติด้านพลังงาน” ค่าไฟ 200 หน่วยแรก ไม่เกิน 3 บาท รอบบิล มิ.ย.นี้ ส่งเสริมประชาชนติด Solar Rooftop  ผลิตไฟฟ้าใช้เอง]]></title>
<link>https://trat.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/499197</link>
<guid isPermaLink="false">018c75888000e83e9ac43e9cd84739cf</guid>
<pubDate>Thu, 30 Apr 2026 16:13:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ &ldquo;วาระแห่งชาติด้านพลังงาน&rdquo; เพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาพลังงานที่ผันผวน และส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยปรับปรุงอัตราค่าไฟฟ้าแบบก้าวหน้า สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัย นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า การปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าภาคครัวเรือน มีเป้าหมายเพื่อลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนกว่า 23 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ สำหรับสูตรค่าไฟใหม่จะแบ่งการคิดราคาเป็นแบบขั้นบันไดเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม เช่น กลุ่มที่ใช้ไฟไม่เกิน 200 หน่วยแรก จะคิดอัตราไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย กลุ่มที่ใช้ไฟ 201 - 400 หน่วย ใน 200 หน่วยแรกจะคิดอัตราไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย ส่วนที่เกินจะคิดอัตราหน่วยละ 3.59 บาท ถูกลงกว่าเดิมร้อยละ 10 และกลุ่มที่ใช้ไฟเกิน 400 หน่วยขึ้นไป จะคิดอัตราใหม่ที่หน่วยละ 5 บาท ซึ่งในวันที่ 29 เมษายน 2569 จะประชุมณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เพื่อนำเรื่องไปทำประชาพิจารณ์ โดยประชาชนจะจ่ายในอัตราค่าไฟใหม่สิ้นเดือนมิถุนายนนี้ นอกจากนี้ยังสนับสนุนประชาชนติดตั้ง Solar Rooftop เพื่อให้ประชาชนสามารถผลิตไฟฟ้าได้ด้วยตนเอง ลดการพึ่งพาไฟฟ้าจากระบบหลัก และยังขายไฟฟ้าส่วนที่เหลือเข้าระบบไฟฟ้าได้ โดยให้ลดขั้นตอนการขออนุญาตติดตั้ง รวมทั้งกระบวนการขออนุญาตเชื่อมขนานกับระบบโครงข่ายไฟฟ้าของการไฟฟ้านครหลวง หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ให้รวดเร็ว ไม่เป็นอุปสรรคในการติดตั้งและจ่ายกระแสไฟฟ้ากลับเข้าระบบไฟฟ้า รวมถึงส่งเสริมการติดตั้งในหน่วยงานรัฐในรูปแบบ ESCO Model (เจ้าของอาคารไม่ต้องลงทุนเอง) ซึ่งรัฐบาลตั้งเป้าให้หน่วยงานภาครัฐลดการใช้พลังงานลงร้อยละ 20 หันมาใช้เทคโนโลยีประหยัดพลังงาน เช่น การเปลี่ยนไฟสาธารณะเป็นหลอด LED ใช้ระบบไฟถนนพลังงานแสงอาทิตย์ ควบคู่กับระบบบริหารจัดการพลังงาน ส่งเสริมการใช้และการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าภายในประเทศ และส่งเสริมพลังงานชีวภาพ เพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้พลังงานที่ยั่งยืน ลดการใช้พลังงาน ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นการวางรากฐานสำคัญในการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตอย่างยั่งยืนของประเทศในอนาคต</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">รายละเอียด</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">(28 เม.ย. 69) ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในหลักการ &ldquo;วาระแห่งชาติด้านพลังงาน&rdquo; เพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาพลังงาน ที่ผันผวน และส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องโดยเร็ว ทั้งนี้ สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ประกอบกับความต้องการใช้พลังงานของโลกที่ยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติปรับตัวเพิ่มขึ้น กระทบต้นทุนการผลิตไฟฟ้า ซึ่งจากการประชุมคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 ได้พิจารณาผลการรับฟังความคิดเห็นและมีมติเห็นชอบการปรับอัตราค่าไฟฟ้าตามสูตรค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ (ค่า Ft) สำหรับเรียกเก็บในงวดเดือนพฤษภาคม - สิงหาคม 2569 โดยกำหนดอัตราค่าไฟฟ้าตามสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ (ค่า Ft) เรียกเก็บที่ 16.23 สตางค์ต่อหน่วย เมื่อรวมกับค่าไฟฟ้าฐาน ที่ 3.78 บาทต่อหน่วย ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.95 บาทต่อหน่วย (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) เพิ่มขึ้นร้อยละ 2 จากราคา 3.88 บาทต่อหน่วย ในงวดปัจจุบัน ทั้งนี้ค่าไฟฟ้าที่ 3.95 บาทต่อหน่วย เป็นผลจากการที่ให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยเป็นผู้รับภาระต้นทุนคงค้างสะสม (Accumulation Factor: AF) ไว้แทนประชาชนไปพลางก่อน จำนวน 35,928 ล้านบาท (หรือคิดเป็น 50.94 สตางค์ต่อหน่วย) รวมกับการนำเงินเรียกคืนผลประโยชน์ส่วนเกินที่การไฟฟ้าเก็บรักษาไว้ (Claw back) ทั้งหมดจำนวนประมาณ 9,472 ล้านบาท (หรือคิดเป็น 13.43 สตางค์ต่อหน่วย) มาช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าในสถานการณ์วิกฤตพลังงานโลกจากเหตุการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง ประกอบกับคำแถลงนโยบายรัฐบาลของคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 &nbsp;ได้กำหนดนโยบายสำคัญที่จะแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของประเทศควบคู่กับการสร้างโอกาสและนำพาประเทศให้มีความสามารถในการแข่งขันที่สูงขึ้นที่เกี่ยวข้องด้านพลังงาน จึงเห็นควรดำเนินการตามข้อเสนอวาระแห่งชาติด้านพลังงาน เพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาค่าไฟฟ้าและส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ดังนี้</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">1. มาตรการการบรรเทาผลกระทบราคาค่าไฟฟ้าของประชาชน เช่น การปรับปรุงอัตราค่าไฟฟ้าแบบก้าวหน้า สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัย ให้การใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรก อัตราไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย ภายในเดือนมิถุนายน 2569 พร้อมทั้งมอบรัฐวิสาหกิจที่ประกอบกิจการก๊าซธรรมชาติภายใต้ใบอนุญาตจัดหาและค้าส่งก๊าซธรรมชาติ ได้แก่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย คิดราคาก๊าซธรรมชาติที่เรียกเก็บจากผู้ใช้ก๊าซธรรมชาติสำหรับโรงไฟฟ้าการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ผู้ผลิตไฟฟ้าอิสระ (PP) และผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก (SPP) ที่มีสัญญาซื้อขายกับบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ในส่วนที่ผลิตไฟฟ้าเข้าระบบไฟฟ้าของการไฟฟ้าทั้ง 3 แห่ง ตามจริงแต่ไม่เกินค่าเฉลี่ยราคาควบคุมที่ภาคนโยบายกำหนด (347.47 บาทต่อล้านบีทียู) สำหรับงวดเดือนพฤษภาคม - สิงหาคม 2569 เพื่อลดผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าของประชาชน และให้นำส่วนต่างของราคาก๊าซธรรมชาติที่เกิดขึ้นจริง (Pool Price) กับค่าก๊าซธรรมชาติที่เรียกเก็บไปทยอยเรียกคืนในการกำหนดอัตราค่าไฟฟ้ารอบเดือนมกราคม 2570 เป็นต้นไป</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">ด้านนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า การปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าภาคครัวเรือน มีเป้าหมายเพื่อลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนกว่า 23 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ สำหรับสูตรค่าไฟใหม่จะแบ่งการคิดราคาเป็นแบบขั้นบันไดเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม เช่น กลุ่มที่ใช้ไฟไม่เกิน 200 หน่วยแรก จะคิดอัตราไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย กลุ่มที่ใช้ไฟ 201 - 400 หน่วย ใน 200 หน่วยแรกจะคิดอัตราไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย ส่วนที่เกินจะคิดอัตราหน่วยละ 3.59 บาท ถูกลงกว่าเดิมร้อยละ 10 และกลุ่มที่ใช้ไฟเกิน 400 หน่วยขึ้นไป จะคิดอัตราใหม่ที่หน่วยละ 5 บาท ซึ่งในวันที่ 29 เมษายน 2569 จะประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เพื่อนำเรื่องไปทำประชาพิจารณ์ โดยประชาชนจะจ่ายในอัตราค่าไฟใหม่สิ้นเดือนมิถุนายนนี้ พร้อมยืนยันว่า ประชาชนไม่ต้องกังวลเรื่องการเหมาจ่าย การคิดเงินจะเป็นระบบขั้นบันไดคล้ายกับการคำนวณภาษี คือทุกคนจะได้สิทธิ์ส่วนลดใน 200 หน่วยแรกเหมือนกันหมด ซึ่งไม่ได้หมายถึงการใช้ไฟเกิน 400 หน่วยแล้วจะต้องจ่ายหน่วยละ 5 บาททั้งหมดตั้งแต่หน่วยแรก ส่วนสาเหตุของการปรับโครงสร้างครั้งนี้ เพื่อแก้ไขปัญหาค่าไฟแพงที่เดิมผูกติดกับราคาก๊าซ LNG นำเข้าเพียงอย่างเดียว สูตรใหม่นี้คาดว่าจะช่วยลดค่าไฟโดยรวมได้ถึงร้อยละ 30-40 มาตรการนี้จะมีผลเฉพาะภาคครัวเรือนเท่านั้น ไม่รวมถึงภาคอุตสาหกรรม เกษตรกรรม หรือผู้ที่ใช้มิเตอร์ประเภท TOU (มิเตอร์ที่คิดอัตราการใช้ไฟฟ้าแตกต่างกันตามช่วงเวลาการใช้)</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">2. มาตรการส่งเสริมและสนับสนุนการผลิตและใช้ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ เช่น ส่งเสริมพลังงานสะอาด โดยส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคา (Solar Rooftop) สำหรับภาคประชาชน เพื่อเป็นกลไกในการเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าได้ด้วยตนเองและลดการพึ่งพาไฟฟ้าจากระบบหลัก ซึ่งประชาชนผู้ผลิตไฟฟ้าจาก Solar Rooftop สามารถขายไฟฟ้าส่วนที่เหลือเข้าระบบไฟฟ้าได้ และกำหนดหลักการการรับซื้อไฟฟ้าส่วนที่เหลือเข้าระบบไฟฟ้าจากโครงการดังกล่าวในรูปแบบ Net Billing (ระบบการคำนวณค่าไฟฟ้าแบบคิดแยกระหว่างค่าซื้อไฟฟ้าจากการไฟฟ้าเข้าสู่บ้าน กับค่าขายไฟฟ้าที่ผลิตจากโซลาร์เซลล์ให้การไฟฟ้า และนำเงินค่าขายไฟฟ้ามาหักลบกัน) และมอบหมายคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน การไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค พิจารณาปรับปรุงลดขั้นตอนการขออนุญาตติดตั้ง รวมทั้งกระบวนการขออนุญาตเชื่อมขนานกับระบบโครงข่ายไฟฟ้าของการไฟฟ้านครหลวงหรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคให้มีความรวดเร็ว ไม่เป็นอุปสรรคในการติดตั้งและจ่ายกระแสไฟฟ้ากลับเข้าระบบไฟฟ้า โดยปรับขั้นตอนการดำเนินงานให้เป็นรูปแบบการให้บริการแบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) ทั้งนี้ กรณีที่มีการขายไฟฟ้าส่วนเหลือเข้าระบบไฟฟ้าให้ดำเนินการกระบวนการที่เกี่ยวกับขั้นตอนการอนุญาตต่าง ๆ ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน แต่หากเป็นกรณีที่ไม่มีการขายไฟฟ้าเข้าระบบไฟฟ้าให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน และให้พิจารณาลดหรือยกเว้นค่าธรรมเนียมการขอเชื่อมต่อระบบสำหรับประชาชนที่ประสงค์ขอติดตั้ง Solar Rooftop&nbsp;</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">นอกจากนี้ยังส่งเสริมการติดตั้งในหน่วยงานรัฐในรูปแบบ ESCO Model (เจ้าของอาคารไม่ต้องลงทุนเอง) และปรับรูปแบบการรับซื้อไฟฟ้าจากระบบ Adder (การรับซื้อไฟฟ้าโดยให้เงินอุดหนุนเพิ่มเติมกับผู้ผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน) เป็น Feed-in Tariff (FiT) ให้เหมาะสม (อัตรารับซื้อไฟฟ้าคงที่ตลอดอายุโครงการ)&nbsp;</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">3. มาตรการส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพอย่างยั่งยืน &nbsp;</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">1) การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ รัฐบาลตั้งเป้าให้หน่วยงานภาครัฐลดการใช้พลังงานลงร้อยละ 20 พร้อมรายงานผลผ่าน www.e-report.energy.go.th เป็นประจำทุกเดือน แล้วให้กระทรวงพลังงาน โดยสำนักงานนโยบายและแผนพลังงานทำหน้าที่กำกับดูแลและรวบรวมข้อมูลการใช้พลังงานของหน่วยงานภาครัฐในภาพรวมเสนอนายกรัฐมนตรีเป็นประจำทุก 6 เดือน (เดือนตุลาคม - มีนาคม และเดือนเมษายน - กันยายน) และเชื่อมโยงกับการประเมินผลผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">2) ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีประหยัดพลังงาน เช่น การเปลี่ยนไฟสาธารณะเป็นหลอด LED และระบบไฟถนนพลังงานแสงอาทิตย์โดยมอบหมายให้กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงพลังงานดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ควบคู่กับระบบบริหารจัดการพลังงาน เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงานของประเทศในระยะยาว&nbsp;</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">3) การส่งเสริมการใช้และการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าภายในประเทศ การติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้าสาธารณะ (Public Charging Station) และสถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ ผ่านมาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อจัดตั้งโรงงานผลิตยานยนต์ไฟฟ้า ชิ้นส่วนสำคัญ การให้บริการระบบอัดประจุไฟฟ้า และการให้บริการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ มาตรการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าและสร้างตลาดในประเทศ มาตรการส่งเสริมการลงทุนในกิจการสถานีบริการอัดประจุไฟฟ้าและการให้บริการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ให้มีจำนวนที่เพียงพอต่อความต้องการ ครอบคลุมและการกระจายตัวอย่างเหมาะสมในเชิงพื้นที่ การจัดทำมาตรฐานกำกับดูแลด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัยที่เหมาะสม รวมทั้งการจัดทำแพลตฟอร์มกลางและแอปพลิเคชันกลางเพื่อเชื่อมโยงและบูรณาการข้อมูลในภาพรวม อำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้สถานีอัดประจุไฟฟ้า และเพิ่มประสิทธิภาพในการวางแผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าของภาครัฐและเอกชนต่อไป&nbsp;</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">4) ส่งเสริมพลังงานชีวภาพ (Bio Energy) โดยมุ่งเน้นการเปลี่ยนของเสียและวัตถุดิบทางการเกษตรเพื่อนำมาใช้ในการผลิตพลังงานสะอาดในรูปแบบของเชื้อเพลิงชีวมวล และก๊าซชีวภาพสำหรับผลิตพลังงานไฟฟ้าและความร้อน และเชื้อเพลิงชีวภาพในภาคขนส่ง อาทิ เอทานอล ไบโอดีเซลและเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) เพื่อให้เกิดความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ ในรูปแบบ BCG Model (Bio-Circular-Green Economy) ได้แก่ เศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy)</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">ทั้งนี้ ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากมาตรการภาครัฐ จะช่วยบรรเทาผลกระทบของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ราคาพลังงานที่สูงขึ้น ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของประชาชน ตลอดจนสนับสนุนให้ระบบเศรษฐกิจของประเทศสามารถขับเคลื่อนไปได้อย่างต่อเนื่อง เพิ่มทางเลือกในการใช้พลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะอย่างยิ่งพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานที่ประเทศไทยมีศักยภาพในการพัฒนาและนำมาใช้ประโยชน์ อันจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนผ่านไปสู่รูปแบบการใช้พลังงานที่ยั่งยืนมากยิ่งขึ้น อีกทั้ง ยังช่วยลดการใช้ทรัพยากรพลังงานโดยรวมของประเทศ ส่งผลให้เกิดการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการปล่อยก๊าซเรือนกระจก นอกจากนี้ ยังเป็นการวางรากฐานสำคัญในการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตอย่างยั่งยืนของประเทศในอนาคต /&hellip;</span><br />
&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trat.prd.go.th/th/file/get/file/20260430fff0fe860ca7ed4b4d17b04d418d464a161317.jpg' type='image/jpg' length='1078910' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[เก็บตก_ครม. อนุมัติให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง กู้ยืมเงิน 2 หมื่นล้าน เสริมสภาพคล่อง พยุงราคาพลังงาน]]></title>
<link>https://trat.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/499195</link>
<guid isPermaLink="false">7aa4c1756033b76621db0153ef1a0b2d</guid>
<pubDate>Thu, 30 Apr 2026 16:12:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติให้สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) กู้ยืมเงินวงเงิน 2 หมื่นล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่องให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง สามารถบรรเทาวิกฤตราคาพลังงาน ดูแลระดับราคาน้ำมันให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม และสอดคล้องกับสถานการณ์ตลาดโลกในช่วงวิกฤตพลังงาน ซึ่งเป็นผลจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่าน ที่เริ่มตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ทำให้ปริมาณเชื้อเพลิงในตลาดโลกลดลง และราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น กระทบต่อราคาขายปลีกในประเทศและค่าครองชีพของประชาชน กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง จึงชดเชยน้ำมันเชื้อเพลิงประเภทต่าง ๆ ข้อมูล ณ วันที่ 5 เมษายน 2569 ทำให้กองทุนเป็นหนี้ค้างจ่ายให้แก่ผู้ค้าน้ำมันเชื้อเพลิง รวม 5.6 หมื่นล้านบาท และมีฐานะติดลบประมาณ 5.3 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้ผู้ประกอบการขาดสภาพคล่อง กระทบต่อความสามารถในการจัดหาน้ำมัน และมีความเสี่ยงต่อการขาดแคลนในประเทศ ในวันที่ 10 เมษายน 2569 จึงได้ประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.)&nbsp;</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติการกู้ยืมเงิน เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ในกรณีเกิดวิกฤตการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิง โดยมีแผนการใช้จ่ายเงินกู้ 2 หมื่นล้านบาท ในช่วงเดือนมิถุนายน - สิงหาคม 2569 และแผนชำระหนี้เงินกู้ ในช่วงเดือนกรกฎาคม 2571 - สิงหาคม 2574 ซึ่งปัจจุบันกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงยังคงชดเชยน้ำมันเชื้อเพลิงประเภทต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ข้อมูลวันที่ 28 เมษายน 2569 ฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงติดลบ 62,617.87 ล้านบาท โดยเป็นการชดเชยน้ำมันดีเซลวันละประมาณ 155.96 ล้านบาท สำหรับการชดเชยนี้ยังส่งผลทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันของไทยถูกกว่าประเทศในกลุ่มอาเซียนอีกด้วย &nbsp;โดยราคาน้ำมันเบนซินของไทยเฉลี่ยอยู่ที่ 42.45 บาท ขณะที่ ฟิลิปปินส์ กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา สิงคโปร์ อยู่ที่ 48.07 - 87.65 บาทต่อลิตร ส่วนราคาน้ำมันดีเซลของไทยอยู่ที่ 40.20 บาทต่อลิตร ขณะที่ มาเลเซีย กัมพูชา อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สปป.ลาว เมียนมา สิงคโปร์ อยู่ที่ 43.54 &ndash; 118.56 บาทต่อลิตร&nbsp;</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;"><br />
รายละเอียด</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">(28 เม.ย. 69) ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติอนุมัติให้สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) กู้ยืมเงินวงเงิน 2 หมื่นล้านบาท และให้ สกนช. ดำเนินการกู้เงินได้เมื่อคณะรัฐมนตรีอนุมัติแผนการบริหารหนี้สาธารณะด้วยแล้ว สืบเนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่าน ที่เริ่มมาตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ส่งผลให้ปริมาณเชื้อเพลิงในตลาดโลกลดลง และราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น กระทบต่อราคาขายปลีกในประเทศไทยและค่าครองชีพ ของประชาชน ทั้งนี้ จากข้อมูล ณ วันที่ 5 เมษายน 2569 ระบุว่า กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีฐานะติดลบประมาณ 5.3 หมื่นล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหนี้เงินชดเชยน้ำมันเชื้อเพลิงประเภทต่าง ๆ ค้างจ่ายให้แก่ผู้ค้าน้ำมันเชื้อเพลิง รวมประมาณ 5.6 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้ผู้ประกอบการขาดสภาพคล่อง กระทบต่อความสามารถในการจัดหาน้ำมัน และมีความเสี่ยงต่อการขาดแคลนในประเทศ</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569 จึงได้ประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติการกู้ยืมเงินของ สกนช. เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ในกรณีเกิดวิกฤตการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิง โดยมีแผนการใช้จ่ายเงินกู้ 2 หมื่นล้านบาท ในช่วงเดือนมิถุนายน - สิงหาคม 2569 และแผนชำระหนี้เงินกู้ ในช่วงเดือนกรกฎาคม 2571 - สิงหาคม 2574 ซึ่งการอนุมัติเงินกู้ครั้งนี้ เพื่อเสริมสภาพคล่องให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง สามารถบรรเทาวิกฤตราคาพลังงาน ดูแลระดับราคาน้ำมันให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม และสอดคล้องกับสถานการณ์ตลาดโลกในช่วงวิกฤตพลังงาน ซึ่งปัจจุบันกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงยังต้องนำเงินมาชดเชยน้ำมันเชื้อเพลิงประเภทต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ทำให้ข้อมูลล่าสุด วันที่ 28 เมษายน 2569 กระทรวงพลังงานรายงานว่า ประมาณการฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงติดลบ 62,617.87 ล้านบาท โดยเป็นการชดเชยน้ำมันดีเซลวันละประมาณ 155.96 ล้านบาท</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">ส่วนสถานการณ์พลังงานโลก ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกยังปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากความกังวลด้านอุปทานที่ตึงตัว หลังจากความพยายามในการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านต้องหยุดชะงักลง โดยประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้ยกเลิกกำหนดการเยือนปากีสถานของตัวแทนเจรจา ขณะที่อิหร่านยังคงเดินหน้าปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญของโลก ประกอบกับตลาดยังคงเฝ้าระวังความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจลุกลามและพัวพันไปถึงอิสราเอลและเลบานอน สถานการณ์ความไม่แน่นอนทั้งหมดนี้ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบโลกเพิ่มสูงขึ้น คาดว่าราคาจะยังคงผันผวนและมีความอ่อนไหวสูงตราบใดที่เส้นทางการขนส่งในตะวันออกกลางยังไม่สามารถเปิดใช้งานได้ตามปกติ</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">ขณะที่ปริมาณน้ำมันสำรองภายในประเทศยังมีน้ำมันเพียงพอกับความต้องการใช้ประมาณ 101 วัน โดยเป็นน้ำมันสำรองตามกฎหมาย 25 วัน น้ำมันสำรองเพื่อการค้า 21 วัน น้ำมันที่อยู่ระหว่างการขนส่ง 38 วัน และน้ำมันที่ได้รับการยืนยันในการจัดหาแล้ว 17 วัน มีการผลิตและจำหน่ายน้ำมันกลุ่มดีเซล ข้อมูลเฉลี่ยตั้งแต่วันที่ 1 - 26 เมษายน 2569 ไทยสามารถผลิตน้ำมันดีเซลได้ 75.45 ล้านลิตร และจำหน่าย 53.37 ล้านลิตร ซึ่งเพียงพอต่อการให้บริการประชาชน ส่วนราคาขายปลีกน้ำมันภายในประเทศเมื่อเปรียบเทียบกับราคาน้ำมันขายปลีกของประเทศในกลุ่มอาเซียน ไทยมีราคาถูกกว่า โดยราคาน้ำมันเบนซินของไทยเฉลี่ยอยู่ที่ 42.45 บาท ขณะที่ ฟิลิปปินส์ กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา สิงคโปร์ อยู่ที่ 48.07 - 87.65 บาทต่อลิตร ส่วนราคาน้ำมันดีเซลของไทยอยู่ที่ 40.20 บาทต่อลิตร ขณะที่ มาเลเซีย กัมพูชา อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สปป.ลาว เมียนมา สิงคโปร์ อยู่ที่ 43.54 &ndash; 118.56 บาทต่อลิตร &nbsp;/&hellip;.</span><br />
&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trat.prd.go.th/th/file/get/file/20260430f18be7e932d7dbe4789fa1ec04ad7823161214.jpg' type='image/jpg' length='1035038' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[พช.ตราด Kick Off “Quick Win 90 วัน” น้อมนำแนวพระราชดำริฯ ปลูกผักสวนครัวสร้างความมั่นคงทางอาหาร สู้ภัยวิกฤตเศรษฐกิจโลก]]></title>
<link>https://trat.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/498941</link>
<guid isPermaLink="false">b5ac05040df7e808f8f8c0fe1e617a2f</guid>
<pubDate>Wed, 29 Apr 2026 18:05:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">(29 เม.ย. 69) ที่จวนผู้ว่าราชการจังหวัดตราด นายพิริยะ ฉันทดิลก ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เป็นประธานในกิจกรรม &quot;KICK OFF ผู้นำต้องทำก่อน&quot; ตามปฏิบัติการ Quick Win 90 วัน ปลูกผักสวนครัวเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร โดยมี นายปัณณธร ล่ามแขกพัฒนาการจังหวัดตราด พร้อมด้วย นางฤดี หาดอ้าน ผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชน นายวิจิตร แก้วกาหลง ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน นายวชิระ กระต่ายจันทร์ ประธานเครือข่ายโคก หนอง นา จังหวัดตราด นำทีมภาคีเครือข่ายการพัฒนาชุมชนเข้าร่วม</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">นายพิริยะ ฉันทดิลก ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เปิดเผยว่า กรมการพัฒนาชุมชนได้น้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จากโครงการ &ldquo;บ้านนี้มีรัก ปลูกผักกินเอง&rdquo; มาต่อยอดขยายผล เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือวิกฤตเศรษฐกิจโลกที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยเน้นย้ำให้ประชาชนพึ่งพาตนเองตามวิถีพอเพียง</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">ด้านนายปัณณธร ล่ามแขก พัฒนาการจังหวัดตราด กล่าวเพิ่มเติมว่า การขับเคลื่อนในครั้งนี้ใช้แนวคิด &ldquo;ผู้นำทำก่อน ครัวเรือนทำตาม ชุมชนทำด้วย ภาคีทำช่วย ภาคีทำให้&rdquo; (CHANGE FOR 5G PLUS) โดยเริ่มต้นที่จวนผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เพื่อเป็นต้นแบบ กิจกรรมในวันนี้ประกอบด้วยการปลูก &quot;กล้วยน้ำว้ามะลิอ่องพันธุ์ยักษ์&quot; และผักสวนครัวชนิดต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมให้เกิดรายได้และลดรายจ่ายในครัวเรือนอย่างยั่งยืน /&hellip;</span><br />
&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trat.prd.go.th/th/file/get/file/2026042999337186f9880989d82264896e8390e4180607.jpg' type='image/jpg' length='862195' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ผอ.สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ความมั่นคง กอ.รมน. จัดการพื้นที่ความมั่นคงชายแดนตราด]]></title>
<link>https://trat.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/498940</link>
<guid isPermaLink="false">4a9d243563a6c927ff1ad89936013203</guid>
<pubDate>Wed, 29 Apr 2026 18:04:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">(29 เม.ย. 69) &nbsp;พลโท จัตุรงค์ จันทรนนท์ &nbsp;ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ความมั่นคง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) พร้อมคณะ ลงพื้นที่สำนักงานเทศบาลตำบลตะกาง ตำบลตะกาง อำเภอเมืองตราด เพื่อติดตามผลการดำเนินงานในการแก้ไขปัญหาภัยคุกคามด้านความมั่นคง โดยมีนายธนวัฒน์ รัตนธรรม นายกเทศมนตรีตำบลตะกาง ร่วมให้ข้อมูลที่ห้องประชุมสำนักงานเทศบาลตำบลตะกาง พร้อมทั้งตรวจเยี่ยมหลุมหลบภัยในชุมชน&nbsp;</span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้เป็นการติดตามผลการดำเนินงานสร้างความประสานสอดคล้องในการบริหารจัดการความมั่นคงพื้นที่ชายแดนและพื้นที่ต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการบูรณาการทางการร่วมกันอย่างเป็นระบบ &nbsp;ระบบ &nbsp;อาทิ เพื่อติดตามผลการดำเนินงานและประเมินความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาภัยคุกคามด้านความมั่นคงในเขตพื้นที่รับผิดชอบ &nbsp;มุ่งเน้นการประสานการปฏิบัติระหว่างส่วนอำนวยการระดับภาคและส่วนแยกที่รับผิดชอบในพื้นที่ชายแดน เพื่อให้ความมั่นใจว่ามีการแก้ไขปัญหาในระดับพื้นที่จังหวัดระยอง,จันทบุรีและตราด เป็นไปอย่างมีเอกภาพและสอดรับกับนโยบายในภาพรวม &nbsp;นอกจากนี้ยังเป็นการรับทราบปัญหาและอุปสรรคเงื่อนไขข้อขัดข้องต่างๆ ที่ส่งผลให้การดำเนินงานไม่บรรลุตามแผนงานที่กำหนดไว้ ทั้งในด้านการบริหารจัดการทรัพยากรและการประสานงานข้ามหน่วยงาน เพื่อมาเป็นข้อมูลในการปรับปรุงกลไกการทำงานให้มีความคล่องตัวและลดความซับซ้อนในการปฏิบัติงาน &nbsp;เพื่อร่วมกันเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาในเบื้องต้นและและวางแผนรากฐานในการขับเคลื่อนการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นโดยมุ่งเน้นการบูรณาการขีดความสามารถของหน่วยงานทหาร ทั้งเหล่าทัพ และ กอ.รมน.จังหวัดระยอง , จันทบุรี และตราด ให้สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ความมั่นคงได้อย่างไร้รอยต่อ &nbsp;เพื่อประเมินและวิเคราะห์สมัครคณะหลักของหน่วยงานซึ่งจะบ่งชี้ถึงปัจจัยสำคัญที่ควรได้รับการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพในการปฏิบัติงานด้านความมั่นคงอันจะส่งผลให้เจ้าหน้าที่และฝ่ายอำนวยการมีความพร้อมในการรับมือกับความท้าทายในพื้นที่และสามารถรักษาผลประโยชน์ของชาติได้อย่างยั่งยืน /&hellip;</span><br />
&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trat.prd.go.th/th/file/get/file/202604298ffa56615aec58379f14782b16ba26da180458.jpg' type='image/jpg' length='118623' />
</item>
</channel>
</rss>
